290

ตอนที่ 290 จี๋คงอู้ตี้

 ยอดอัจฉริยะ จี๋คงอู้ตี้ ! " เมื่อได้ยินชื่อนี้ กระทั้งเหล่าอัจฉริยะก็ยังตกตะลึง

จี๋คงอู้ตี้ - ชื่อที่น่าหวาดกลัว เขากล้าที่จะเรียกตัวว่าตัวตนที่สูงส่ง

จี๋คงอู้ตี้นั้นเป็นลูกหลานของหุบเขาขยี้เมฆา ลูกหลานรุ่นที่หกของจักรพรรดิอมตะต้ากง ที่มีองค์ประกายเซียนทั้งสามอย่างอยู่บนร่างกาย มีคนไม่มากนักในโลกของจักรพรรดิมนุษย์ที่สามารถเทียบได้กับจี๋คงอู้ตี้ได้

มีบางคนกล่าวว่ามีเพียงจี๋คงอู้ตี้เท่านั้นที่สามารถเทียบได้กับกระดูกอมตะของเหม่ยซูเหยา

เขานั้นไม่ได้เดินไปยังเส้นทางให้เต๋าเป็นเวลานาน แต่ทุกเส้นทางที่เขาเดินผ่าน ศัตรูของเขาจะถูกสยบจากอำนาจของเขาจึงขนานนามเขาว่า ' ยอดเซียน '

การมาถึงของยอดเซียนทำให้ราวกับเป็นภาพที่แปลกประหลาดเกิดนขึ้นบนสวรรค์และปฐพี นี้ทำให้ผู้ศึกษาทุกคนต้องถอนหายใจด้วยความหดหู่ อัจฉริยะทั้งหมดล้วนหน้าซีดเมื่อได้เห็นกลิ่นอายของจี๋คงอู้ตี้ แม้แต่คนที่หยิ่งยโสก็ยังไม่กล้าเทียบกับเขา

เทพธิดาเหม่ยซูเหยานั้นพึงมาถึงแทบจะในเวลาเดียวกับยอดอัจฉริยะ จี๋คงอู้ตี้ คืนนั้นข่าวนี้สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วสำนักและดินแดนร้อยเมือง

เหล่าตัวตนทรงอำนาจจำนวนมากตกสู่ความมึนงงหลังจากได้รับข่าวดังกล่าว

" นี้...นี้มันบ้าไปแล้ว จำเป็นด้วยรึที่ลูกหลานของนิกายแม่น้ำนิรันดร์ที่ต้องเขาสำนักเต๋าสวรรค์ ? ในตอนนี้นางนั้นกระทั้งสามเปิดนิกายของตัวและสอนเต๋าได้แล้วกระมั้ง ! "

ผู้ฝึกตนอีกคนหนึ่งเอ่ย " ยอดอัจฉริยะ จี๋คงอู้ตี้ก็ไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมสำนัก จักรพรรดิอมตะต้ากงนั้นหายไปกว่าสามหมื่นปี และเขาได้ทิ้งของไว้จำนวนมากและสามารถทำให้ยอดอัจฉริยะ จี๋คงอู้ตี้กลายเป็นจักรพรรดิอมตะได้ ทำไมเขาจึงเข้ามายังสำนักอีก ? "

จักรพรรดิอมตะต้ากงเป็นจักรพรรดิอมตะคนสุดท้ายของยุคจักรพรรดิและเขากระทั้งทรงอำนาจอย่างมาก อำนาจของเขานั้นยิ่งใหญ่กว่าจักรพรรดิอมตะคนอื่นๆที่จากโลกนี้ไปเป็นเวลานาน นี้เป็นเหตุผลว่าทำไมหุบเขาขยี้เมฆาที่พึงสร้างขึ้นมาเมื่อสามหมื่นปีก่อนจึงไม่มีการล่มสลาย เนื่องจากมรดกที่จักรพรรดิอมตะต้ากงทิ้งไว้ให้ก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาสั่นสะเทือนผู้อื่น

ความจริงที่ว่าเทพธิดาเหม่ยและจี๋คงอู้ตี้ เข้าร่วมกับสำนักทำให้คนอื่นตกตะลึง

เซียนบรรพกาลรุ่นเก่าเอ่ย " เหตุการณ์เช่นนี้ในที่ผ่านมาเคยเกิดเพียงหนึ่งหรือสองครั้งเท่านั้น ครั้งแรกคือตอนที่จักรพรรดิอมตะฮ่าวไห่เข้าร่วมกับสำนัก และครั้งที่สองคือเมื่อปราชญ์ลำดับสองเปลี่ยนแปลงสำนัก ช่วงเวลาทั้งสองเป็นการร่วมตัวของอัจฉริยะทั่วโลก..คราวนี้จะเทียบได้กับสองแรกได้หรือไม่ "

มีอีกคนหนึ่งเอ่ย " ผู้ศึกษาที่ได้เข้ามาเมื่อพันปีก่อนอาจจะไม่ได้มีสถานการณ์ที่ยิ่งใหญ่ดังเช่นตอนนี้ " ปัจจุบันอัจฉริยะจากทั้งห้าดินแดนในโลกของจักรพรรดิมนุษย์ล้วนเดินทางมาแม้จะอยู่ที่ห่างไกล

" มีบางอย่างผิดปกติ " หลังจากทั้งสองนั้นเข้าร่วมสำนัก เหล่าคนตายจากอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ก็ก็ตระหนักได้ถึงบางสิ่ง " แม้ว่าสำนักจะเปิดประตูตอนรับผู้ศึกษา มันก็เพียงไม่นานนัก แต่เขานี้นั้นกระจายไวอย่างยิ่ง จะเป็นได้อย่างไรที่ดินแดนอื่นจะได้ยินข่าวนี้และส่งลูกหลานของพวกเขามาที่นี่ภายในครึ่งปี ? นี้พวกเขามาเพียงเพื่อศึกษาจริงๆรึ ? "

หลังจากได้ยินคำกล่าวนี้ เหล่าชายชราที่ใกล้ตายก็เปิดใช้พลังงานในสายเลือดของเขาขึ้นมาและเอ่ย " หรืออาจจะเป็นไปได้ว่าประตูของสำนักเต๋าสวรรค์จะเปิดขึ้นอีกครั้ง ? "

มีเพียงสัตว์ประหลาดอย่างเช่นนิกายแม่น้ำนิรันดร์และอาณาจักรประกายโบราณเท่านั้นที่รู้เรื่องราวที่แท้จริง ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน เหล่าคนจากก็ตระหนักได้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องธรรดมา

พวกเขานั้นทั้งหมดทันใดนั้นก็ตระหนกได้ถึงสิ่งหนึ่ง - ประตูของสำนักเต๋าสวรรค์ในตำนาน

ในยุคที่ห่างไกลออกไป มันมีตำนานเกี่ยวกับสำนักเต๋าสวรรค์อยู่ มันระบุว่าสำนักนั้นถูกสร้างขึ้นบนเส้นเลือดของประตูไร้มลทิน หนึ่งในสมบัติเก้าสวรรค์ มันอาจจะเป็นเพียงแค่ข่าวลือเพราะไม่มีใครเคยเห็นมันปรากฏบนโลก ทุกคนบนโลกนั้นล้วนเชื่อว่าสมบัติเก้าสวรรค์และคัมภีร์เก้าสวรรค์ลับนั้นเป็นเพียงเรื่องหลอกหลวงเท่านั้น

ทว่าข่าวลือเกี่ยวกับตำนานของสำนักเต๋าสวรรค์ก็ไม่ได้หยุดลง ในสมัยนั้นยังมีความลือว่าภายในสำนักเต๋าสวรรค์มีการเปิดประตูไร้มลทิน ขณะที่คนอื่นต่างคิดว่าประตูที่พวกเขาเปิดนั้นไม่เกี่ยวกับประตูไร้มลทิน และมันเป็นเพียงประตูที่เชื่อมไปยังอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์หรือดินแดนอื่นในตำนาน

" เป็นไปได้หรือไม่ว่าประตูไร้มลทินนั้นกำลังจะเปิดในดินแดนร้อยเมืองภายในยุคนี้ ? " การคาดเดานี้ทำให้หัวใจของเหล่าคนตายในโลงศพอดไม่ได้ที่จะเต้นด้วยความเร็ว

" ประตูไร้มลทินไม่มีอยู่ในโลก ! " เหล่าตัวตนอมตะที่ตายอยู่ลืมตาตื่นและเอ่ย " นับตั้งแต่อดีต เหล่าปราชญ์นับไม่ถ้วนได้หาประตูภายในสำนักเต๋าสวรรค์ ไม่ว่าจะเป็นจักรพรรดิอมตะเฟยหยาง จักรพรรดิอมตะฮ่าวไห่ ปราชญ์ลำดับสอง และเหล่าตัวตนอมตะในรุ่นของพวกเขาต่างหาประตูนี้ และพวกเขาไม่พบสิ่งใด ! "

ไม่ว่าประตูของทางสำนักนั้นจะมีส่วนเกี่ยวกับข้องกับประตูไร้มลทินหรือไม่ ภายในเวลาไม่นานเหล่าตัวตนนับไม่ถ้วนก็ได้ตัดสินใจ ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

สำหรับพวกเขา ความสำคัญระหว่างประตูในสำนักและประตูไร้มลทินนั้นไม่ใช่สิ่งสำคัญเพราะว่าประตูนี้นั้นสร้างโอกาสที่ดีให้กับจักรพรรดิอมตะเฟยหยาง จักรพรรดิอมตะฮ่าวไห่ และปราชญ์ลำดับสอง เมื่อพวกเขาศึกษที่นี้ตอนที่ยังเด็ก พวกเขาล้วนแต่ได้รับสิ่งของที่จากภายในประตู ในเวลาต่อมาความสำเร็จของพวกเขาอาจจะเป็นของที่พวกเขาได้รับมากจากภายในประตู

ประตูนั้นเป็นดังสมบัติศักดิ์สิทธิ์ เส้นทางสู่อนาคตที่ยากจะคาดเดา...เหล่าตัวตนใกล้ตายที่รู้เรื่องจะไม่ตื่นเต้นได้อย่างไร ?

- - - -- - - - - -- -

วันนี้ซือเสี่ยวเตี๋ยกำลังตัดบรรพชนปลาที่ถูกจับโดยหลี่ฉีเย่

กระทั้งพระชราเผิงก็ยังวิ่งออกมาจากลานนิรันดร์และเอ่ยอย่างตื่นเต้น " ไม่เลว บรรพชนปลา - ยอดเยี่ยม ! สิ่งนี้นั้นเป็นปีศาจที่หาได้ยาก แม้แต่ภายในดินแดนของสำนักเต๋าสวรรค์ "

เวลานี้ หลี่ฉีเย่นั้นได้จับสัตว์ดุร้ายจำนวนมาก ร่วมถึงสัตว์สวรรค์และจิตวิญญาณภูติ หลังจากที่ฝึกฝน การควบคมทักษะอาวุธของซือเสี่ยวจะกลายเป็นคมกล้ายิ่งขึ้น แต่ละวันผ่านไปนางนั้นจมอยู่กับการบ่มเพาะ ตอนนี้การควบคุมอาวุธของนางนั้นทำได้ง่ายราวกับใช้มีดทำกับข้าว ภายในพริบตาชิ้นส่วนของบรรพชนปลากก็ถูกแยกอย่างสมบูรณ์

" เช่นนั้นตอนนี้ให้ข้าทำปลานี้เพื่อเลี้ยงทุกคน " พระชราเผิงเอาส่วนผสมทั้งหมดออกมาและปรุงยาอาหารที่วัด

หลังจากปรุงอาหารเสร็จ ฤดูน้อยทันใดนั้นก็ปรากฏตัวอย่างรวดเร็วและปรากฏขึ้นบนโต๊ะพร้อมเอ่ย " กลิ่นดียิ่ง ! "

จากนั้นหลี่ฉีเย่ก็ออกมา พระชราทันใดนั้นก็รีบเอ่ย " นายน้อย มาลองชิมฝีมือของข้า "

แม้ว่าจะกล่าวเช่นนั้น มือของเขาก็ยังแข็งกับฤดูน้อย อาหารหมดไปอย่างรวดเร็ว ราวกับพวกเขาต้องกินพวกมันด้วยตัวเอง

พระชราเผิงนั้นรักในการทำอาหาร และการทำของเขาก็ดียิ่ง ซือเสี่ยวเตี๋ยนั้นไม่อายและเข้าร่วมกับการแย่งชิงอาหาร มีเพียงหลี่ฉีเย่ที่ยังไม่แยแส ตั้งแต่ยุคโบราณมามีอาหารอมะชุดใดบ้างที่เขาไม่เคยกิน ? หลี่ฉีเย่ได้รับการเลี้ยงมากมายจากเหล่าจักรพรรดิอมตะ

หลังจากินเสร็จ พระชราเผิงก็เอ่ยกับหลี่ฉีเย่ " ประตูของสำนักนั้นจะเปิดขึ้นในยุคนี้ "

ฤดูน้อยกลืนอาหารลงท้องก่อนจะเอ่ยอย่างไม่แยแส " ไม่ตาแก่ นายน้อยของข้าสามารถระบุได้ว่าประตูของเจ้าจะเปิดในอีกครึ่งปี หรืออาจจะหนึ่งถึงสองปี เพียงแค่รอดู "

ฤดูน้อยนั้นได้ติดตามหลี่ฉีเย่ไปทั่พื้นของสำนักเต๋าสวรรค์และตรวจอย่างละเอียดถึงเส้นเลือดปฐพีและเข้าใจมันอย่างชัดเจน

ดังนั้นมันจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงของผู้เชียวชาญ " สวรรค์ปฐพีของเจ้านั้นเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่ข้าแน่ใจว่าจะไม่มีปัญหา "

หลี่ฉีเย่นั้นไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับเรื่องนี้ หนึ่งเหตุผลที่เขามาที่สำนักเต๋าสวรรค์ก็เพื่อประตู เขาต้องการจะเข้าไปยังประตูไร้มลทินอีกครั้ง

หลี่ฉีเย่เหลือบมองไปยังพระชราและเอ่ย " สำนักเต๋าสวรรค์ของเจ้าเปิดรับผู้ศึกษาอีกครั้งแล้วรึ ? " หลี่ฉีเย่เคยได้ยินข่าวนี้มาบ้างหลังจากเดินทางไปทั่วดินแดนของสำนัก

พระชราเผิงยิ้มและเอ่ย " ถูกต้องแล้ว มันดูเหมือนจะโชคดไม่ดีเล็กน้อย กระดาษนั้นไม่สามารถดับไฟได้ ไม่นานความจริงก็จะปรากฏ ประตูนั้นเคยเปิดขึ้นหลายครั้งก่อนหน้านี้ และเหล่าคนตายล้วนจับตาดูอย่างใกล้ชิด เช่นนั้นพวกเราจึงให้เหล่าผู้เยาว์เข้าร่วม "

หลี่ฉีเย่เอ่ง " สำนักเต๋าสวรรค์นั้นไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดจริงๆ "

" ถูกต้องแล้ว พี่ชายของข้า จะลุกออกมาจากโลงศพและขจัดทุกปัญหาที่เป็นอันตรายต่อสำนัก " พระชราเผิงเอ่ย " เราจะปล่อยให้เขาจัดการกับเรื่องนี้ "

หลี่ฉีเย่มองไปยังพระชราและเอ่ยถาม " เช่นนั้นสำนักเต๋าสวรรค์ของท่านกำลังกลัวสิ่งใด ? "

พระชราทันใดนั้นก็จมลงก่อนจะเอ่ย " เรื่องนี้..." เขานั้นรู้ว่าหลี่ฉีเย่ไม่ใช่คนโง่ เขาสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง " มันมีบางอย่างเกิดขึ้นกับสัตว์ผู้พิทักษ์ของสำนักเต๋าสวรรค์ของเรา "

" ถูกต้อง " หลี่ฉีเย่พยักหน้าและเอ่ย " สัตว์ผู้พิทักษ์ของเจ้านั้นแก่มาก และมันจะกลายเป็นฝุ่นหากไม่ใช่เส้นเลือดของสวรรค์และปฐพี หรือมันจะกลับสู่ความสงบภายในยุคนี้ ? "