287

ตอนที่ 287 ความลับแห่งบรรพกาล

หลังจากที่พระชราเผิงนั่งลง หลี่ฉีเย่ก็เอ่ย " ข้านั้นมีความปราถนาหลายอย่างเมื่อมายังที่แห่งนี้ และตอนนี้มันเหลือเพียงอีกสิ่งเดียว ข้าต้องการรู้เรื่องของประตูไร้มลทิน "

พระชราทันใดนั้นก็กลายเป็นจริงจังหลังจากได้ยินเรื่องของประตูไร้มลทิน เขาส่ายหน้าและเอ่ย " ข้าไม่แน่ใจนัก ศิษย์น้องของข้านั่นส่งข่าวนี้มานานมากแล้ว ช่วงเวลาที่เส้นเลือดปฐพีและสวรรค์ปั่นปวนประตูไร้มลทินอาจจะเป็นขึ้นอีกครั้ง ทว่าวันเวลาที่แน่นอน ศิษย์น้องของข้ายังคำนวนอยู่ "

หลี่ฉีเย่ถอนหายใจและเอ่ย " เรื่องของประตูไร้มลทินนั้นเป็นความลึกลับเสมอ " ใครบ้างในโลกนี้ที่จะรู้เกี่ยวกับประตูไร้มลทิน ? นอกจากศิษย์ของเทพหมื่นหัตถ์ที่แท้จริงแล้วก็มีเพียงหลี่ฉีเย่ที่รู้ เวลานี้กระทั้งฤดูน้อยก็ยังไม่รู้มากนัก

พระชราเผิงเปิดปากของเขาเอ่ย " บรรพบุรุษปราชญ์ลำดับสองเคยศึกษาเรื่องนี้ ทว่าน่าเสียดายที่เขาไม่ได้เคยพบกับประตูที่แท้จริง หรือไม่บางทีมันก็อาจจะไม่เคยมีประตูที่แท้จริงอยู่เลย "

ฤดูน้อยส่ายหัวและเอ่ย " ประตูไร้มลทินนั้นมีอยู่จริงๆ แต่มันอยากที่จะกล่าวว่ามันจะปรากฏที่ใด ทว่าสำนักเต๋าสวรรค์ของเจ้านั้นมีประตูหลงเหลืออยู่ และมันเป็นวิธีการที่ดีที่สุดที่จะตามหาประตูไร้มลทิน สำหรับสัญชาตญาณของข้า ข้าก็ยังไม่สามารถบอกได้ว่าประตูจะปรากฏในยุคนี้หรือไม่ "

หลี่ฉีเย่นั้นเอ่ยอย่างไม่กังวล " พวกเราจะจัดการเมื่อเวลานั้นมาถึง ข้าจะยังไม่จากไปเร็วๆนี้ ข้าอยู่ที่วัดบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์ หากสำนักเต๋าสวรรค์ของเจ้ามีข้อมูลใดๆ แจ้งข้าด้วย "

พระชรานั้นเดินมาส่งหลี่ฉีเย่ที่ภูเขาอีกลูกก่อนที่เขาจะเดินทางกลับ

หลังจากออกมาจากลานนิรันดร์ ซือเสี่ยวเตี๋ยเอ่ยถามอย่างสงสัย " ประตูไร้มลทินคืออะไร ? "

หลี่ฉีเย่เหลือบมองนางและเอ่ย " หนึ่งในเก้าสมบัติสวรรค์ , ประตูไร้มลทิน "

ซือเสี่ยวเตี๋ยอุทานอย่างตื่นตระหนก " หนึ่งในเก้าสมบัติสวรรค์ ! " มีสิ่งแปลกประหลาดหลายอย่างเกิดขึ้นในวันนี้ แต่ไม่มีเรื่องใดน่าตื่นตกใจเท่ากับเรื่องนี้ นางยังคงกล่าวต่อด้วยความงุนงง " หนึ่งในเก้าสมบัติสวรรค์และเก้าคัมภีร์สวรรค์ลับ นั้นไม่ใช่เพียงของที่มีอยู่ในตำนานหรอกรึ ? พวกมันไม่ได้มีอยู่จริงบนโลกหรอกใช่หรือไม่ ? "

ฤดูน้อยเอ่ยทันที " สาวน้อย เจ้านั้นกระทั้งสามารถติดตามนายน้อยได้ หืม แต่เรื่องนี้เจ้าก็ยังไม่รู้รึ เก้าสมบัติสวรรค์และเก้าคัมภีร์สวรรค์ลับนั้นมีอยู่จริง และกระทั้งประตูไร้มลทินก็ยังมีอยู่จริงเช่นกัน ที่นี่ก็..."

หลี่ฉีเย่เหลือบมองไปยังฤดูน้อยให้เขาหุบปากก่อนที่จะพูดอะไรมากไปกว่านี้อีก

ซือเสี่ยวเตี๋ยนั้นยังคงตกตะลึงเกินกว่าที่จะสนใจคำกล่าวของเขา สมบัติเหล่านั้นล้วนเป็นส่วนหนึ่งในนิทานก่อนนอนที่นางมักจะได้ยินเมื่อครั้งยังเด็ก โลกนั้นล้วนเชื่อกันว่าไม่มีสมบัติดังกล่าวอยู่ ทว่าเมื่อหลี่ฉีเย่บอกว่าประตูไร้มลทินนั้นมีอยู่จริง มันน่าเชือถือขึ้นอย่างมาก

นางนั้นสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสงบสติอารมณ์ของนาง แต่นางก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกเมื่อหลี่ฉีเย่เลือกที่จะเงียบ

ทว่า นางยังคงมีอีกคำถามหนึ่ง " หรือว่าลานนิรันดร์จะเป็นส่วนหนึ่งของสำนักเต๋าสวรรค์ ? "

สำนักเต๋าสวรรค์นั้นมีชื่อเสียงอย่างมากในดินแดนร้อยเมืองทางตะวันออกและกระทั้งโลกของจักรพรรดิมนุษย์ แต่นางนั้นไม่เคยได้ยินชื่อของลานนิรันดร์มาก่อน

" มันถูกรวมเข้าในภายหลัง " หลี่ฉีเย่เอ่ย " ลานนิรันดร์ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสำนักเต๋าสวรรค์ แต่หวังหยุนรวมพวกมันเข้าด้วยกันในเวลาต่อมา "

หวังหยุน - ปราชญ์ลำดับของสำนัก เขานั้นไม่ใช่จักรพรรดิอมตะแต่ก็มีชื่อเสียงอย่างมาก ทำไมหลี่ฉีเย่ถึงได้รู้ความลับของเขามากมายนัก ?

หลังจากมาถึงวัดบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์ ฤดูน้อยอดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลกๆและถอนหายใจ " วัดบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์ ! "

หลี่ฉีเย่เอ่ยสั่งเขา " หาที่อยู่ให้ตัวเอง อย่าได้ทำอะไรวุ่นวายและอย่ากล่าวไร้สาระ " กล่าวเสร็จเขาก็เดินกลับไปยังห้องของเขา

ขณะเดียวกัน ฤดูน้อยก็เข้ามายังห้องโถงใหญ่และมองดูรูปปั้นบรรพบุรุษตระกูลซือ

เขานั่นพึมพำ " ราชันเทพร้อยสงคราม ! " จากนั้นเขาก็ไปยังด้านหน้าของเทพหมื่นหัตถ์ก่อนจะกราบ " อาจารย์ พักผ่อนให้สบายเถอะ ฤดูน้อยตัวนี้กำลังหลับไหลอยู่ในิมิตพิเศษและสุดท้ายก็สามารถหลับหนีออกมาจากฝันร้ายของพระชรานั้นได้ ไม่ต้องห่วงข้านะอาจารย์ ในชีวิตนี้ ข้าจะบ่มเพาะในรูปแบบมนุษย์ น่าเสียดายที่อาจารย์ไม่สามารถหลับหนีออกมาจากฝันร้ายจากสถานที่นั้นได้  บัดซบ ! สักวันหนึ่งนายน้อยและข้าจะหักกระดูกพวกมันทั้งหมด ! " แม้คำพูดของฤดูน้อยจะหยาบคาย เขาก็ยังรู้สึกเคารพรูปปั้นอย่างมาก

ซือเสี่ยวเตี๋ยจ้องไปยังฤดูน้อยด้วยความสับสน นางรอจนกระทั้งเขาโค้งคำนับเสร็จและเอ่ยถาม " เทพหมื่นหัตถ์นั้นเป็นอาจารย์ของท่าน ? เช่นนั้น...ท่านอยู่มานานเท่าไหร่กัน ? "

" เขาเป็นอาจารย์คนเก่าของข้า " ฤดูน้อยจ้องไปยังรูปปั้นและเอ่ย " ข้าไม่ได้อยู่มานานมากนัก  ข้านั้นซ่อนตัวและหลับไหลอยู่ในมิติของข้า และข้านั้นตื่นมาประมาณหนึ่งถึงสองร้อยปีก่อน "

" หรือว่าเขาจะเป็นลูกหลานของเทพหมื่นหัตถ์ที่แท้จริง ? " เขาในความหมายของซือเสี่ยวเตี๋ยหมายถึงหลี่ฉีเย่ นางรู้สึกว่าความคิดนี้เป็นไปได้อย่างมาก หลี่ฉีเย่นั้นเป็นลูกหลานเขาจึงมาที่นี่เพื่อกราบบรรพบุรุษและนำสิ่งของที่พวกเขาทิ้งไว้ด้านหลังไป

ฤดูน้อยเพียงแค่มองไปยังซือเสี่ยวเตี๋ยและยิ้มโดยไม่เอ่ยสิ่งใด

ซือเสี่ยวเตี๋ยแม้จะงุนงงแต่ก็ยังไม่ยอมแพ้ " ท่านมาจากที่ใดกัน ? หรือจะเป็นโลกแห่งเทพในตำนาน ? มันมีสถานที่เช่นนั้นอยู่ในโลกนี้จริงๆรึ ? "

ฤดูน้อยนั้นมองไปที่เขาก่อนจะเอ่ย " แม่นาง อย่าได้ถามถึงต้นกำเนิดของข้า มันอาจจะทำให้เจ้าพบกับหายนะ " ฤดูน้อยนั้นเปิดปากของเขาและปิด เขานั้นหลับมานานหลายร้อยปีและต้องการจะพูดคุยอย่างมาก ทว่าหลังจากได้รับการเตือนจากหลี่ฉีเย่ เขาก็รู้ได้ว่าอะไรควรพูดและไม่ควรพูด ไม่เช่นนายน้อยจะต้องสั่งสอนเขาเป็นแน่

ปราศจากคำอนุญาติของหลี่ฉีเย่ ฤดูน้อยจะไม่มีทางบอกกับคนอื่นว่าเขามาจากประตูไร้มลทิน ในเวลานั้นเขาเป็นแค่ไส้เดือนที่ไร้ความคิดและไร้อาจารย์ เทพหมื่นหัตถ์เป็นคนนำเขาออกมา ความคิดที่จะนำเขาออกมานั้นเป็นเพียงการเสี่ยงดวงจากอาจารย์ของเขา

ต่อมาเพื่อที่จะสำรวจประตูไร้มลทินอย่างละเอียด เทพหมื่นหัตถ์ที่แท้จริงต้องเขาไปยังสุสานอรหันต์ที่ราบสูงเพื่อเอาสิ่งของบางอย่าง แต่เขากับติดอยู่ในกับดักที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ หลี่ฉีเย่ในร่างของอีกาทมิฬได้มาช่วยเขาไว้ แต่น่าเสียดายเทพที่แท้จริงนั้นไม่สามารถทนต่อช่วงเวลาได้ สำหรับฤดน้อย มันฝังตัวเองอยู่ในมิติเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงหายนะและหลับจนถึงปัจจุบัน

ฤดูน้อยมองไปยังซือเสี่ยวเตี๋ยและเอ่ยถาม " ทำไมแม่นางถึงได้มาติดตามนายน้อย ? "

ซือเสี่ยวเตี๋ยนั้นกายเป็นงุนงงและไม่รุ้จะตอบอย่างไรดี จะให้บอกว่านางเป็นสาวใช้ ? ไม่มีทาง ความจริงก็คือหลี่ฉีเย่ยังไม่ได้ยอมรับนางในฐานะสาวใช้ แต่เป็นผู้ดูแลเพียงชั่วคราวเท่านั้น

" แม่นางเจ้าต้องจริงใจและซือสัตย์ต่อนายน้ยอให้มาก นี้เป็นโอกาสดีที่สุดในชีวิต " ฤดูน้อยเอ่ยให้คำแนะนำนาง " อัจฉริยะล้วนไม่นับว่ามีอะไร ลูกรักของสวรรค์ล้วนเป็นสิ่งไร้ประโยชน์ สำหรับนายน้อยนั้น กระทั้งเทพธิดาก็ยังไร้ค่า ข้าดูออกว่าแม่นางนั้นเป็นเจ้าหญิงหรือเทพธิดาใช่หรือไม่ ? สำหรับนายน้อยของข้าสถานะเหล่านั้นล้วนไร้ค่า คิดให้ดี "

ในอดีต ฤดูน้อยนั้นไม่ได้ติตตามหลี่ฉีเย่นานนักก่อนที่เขาจะจำศีล แต่ในยุคนั้น มันมีตัวตนที่ยิ่งใหญ่จำนวนมากล้อมรอบหลี่ฉีเย่ - เทพธิดาและเหล่านางสวรรค์แล้วแต่เป็นเพียงสาวใช้ของเขา

ฤดูน้อยนั้นเดินเข้าไปในห้องขณะที่ซือเสี่ยวเตี๋ยยังยืนอยู่ที่เดิม

วันต่อหลี่ฉีเย่ก็เอ่ยแก่ซือเสี่ยวเตี๋ย " ฝึกให้ดี ข้าต้องออกไปข้างนอกสักหน่อย " กล่าวเสร็จแล้วเขาก็จากไป

" นายน้อย รอข้าด้วย ! " ไม่จำเป็นต้องเอ่ยอะไรมากฤดูน้อยนั้นตามเขาราวกับเงา

ซือเสี่ยวเตี๋ยนั้นไม่ได้ถามว่าหลี่ฉีเย่นั้นไปที่ใดและอยู่รอเขาอย่างเงียบๆ นางนั้นคุ้นเคยที่หลี่ฉีเย่ทำตัวลึกลับและนางไม่สามารถคาดเดาการกระทำของเขาได้ บางทีในใจของเขานางอาจจะเป็นเพียงเด็กน้อยที่ต้องคอยสอนหนึ่งถึงสองเพียงแค่นั้น

คิดเรื่องนี้ ซือเสี่ยวเตี๋ยก็กลายเป็นเศร้า ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่หลี่ฉีเย่มามีอิทธิพลต่ออารมณ์นางเช่นนี้ ?

หลี่ฉีเย่นั้นเดินทางไปยังตะวันตกเฉียงใต้ของสำนักเต๋าสวรรค์พร้อมด้วยฤดูน้อยที่ติดตามเขา

อาณาเขตของสำนักนั้นใหญ่มาก นี้สามารถบ่งบอกได้ถึงอำนาจของมันที่อยู่มาตั้งแต่ยุคโบราณจนถึงปัจจุบัน พื้นที่ที่เขามานั้นอยู่หากจากสำนักมาหลายล้านไมล์ มันเต็มไปด้วยภูเขาและแม่น้ำที่ทอดออกไปไกล ยอดเขาและหุบเขาภายในนี้ล้วนเต็มไปด้วยอันตรายอยู่ไปทั่วทุกที่ และเพราะความอันตรายนี้มนุษย์จึงไม่มีใครเข้ามา มีเพียงสัตว์สวรรค์และจิตวิญญาณภูติเท่านั้นที่อาศัยอยู่

" เจ้าลองตรวจสอบดูว่าประตูไร้มลทินสามารถปรากฏตัวที่นี่ได้หรือไม่ " หลี่ฉีเย่เอ่ยบอกกับฤดูน้อยเมื่อพวกเขาก้าวเข้ามาถึงด้านใน เขานั้นคำนวนอย่างมั่นใจว่าประตูจะเปิดในยุคนี้ แต่เวลาที่แน่นอนของมันยังเป็นความลับ

" รับทราบ ! " ฤดูน้อยนั้นรู้ว่าต้องทำสิ่งใดโดยที่หลี่ฉีเย่ไม่ได้สั่ง มันเป็นเพราะว่าเขานั้นเกิดมาจากประตูไร้มลทิน เข้านั้นมีความสามารถในการเข้าออกมิติที่ต่างกัน และเขานั้นมีความรู้สึกไว้ต่อประตูไร้มลทินอย่างมาก นี้เป็นเหตุผลที่หลี่ฉีเย่ขุดเขาขึ้นมา

ฤดูน้อยนั้นรับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของสวรรค์และปฐพี ขณะที่ติดตามหลี่ฉีเย่เข้าไปยังส่วนลึกและตรวจสอบดูอย่างระมัดระวัง

" นายน้อยบางทีประตูไร้มลทินอาจจะไม่ได้เปิดที่บริเวณของสำนัก " ฤดุน้อยนั้นเอ่ยต่อ " ในอดีต อาจารย์นั้นเคยตรวจสอบบริเวณสำนักหลายครั้งและไม่พบประตูจริง เป็นไปได้หรือไม่ว่าอจารย์ข้าจะเข้าใจผิดตั้งแต่แรก ? "

ประตูไร้มลทิน - หนึ่งในสมบัติเก้าสวรรค์ คัมภีร์มิติก็ถูกสร้างมาจากมัน และคัมภีร์มิตินั้นมีความลึกลับอย่างมาก และนับตั้งแต่นั้นมา ไม่มีใครเคยได้ยินคนที่สามารถเข้าไปยังประตุไร้มลทินได้อีกเลย