286
" ดี เช่นนั้นพวกเราควรจะไปได้แล้ว เรื่องที่นี่เองก็จบลงแล้ว " ไส้เดือนดินนั้นมีความสุขที่ได้ติดตามหลี่ฉีเย่กลับไป ขณะเดียวกับซือเสี่ยวเตี๋ยยังคงอยู่ในความสับสน สิ่งเหล่านี้นั้นแปลกเกินไป โดยเฉพาะไส้เดือนดินที่พูดได้
" สหายเต๋าโปรดรอสักครู่ ! " พระชราทันใดนั้นก็เอ่ยอย่างรวดเร็วก่อนที่หลี่ฉีเย่จะจากไป " ข้านั้นยังมีอาหารอยู่เล็กน้อย เป็นไปได้หรือไม่ที่น้องชายท่านนี้จะมากินด้วยกัน ? "
หลี่ฉีเย่หันกลับมามองยังพระชราก่อนจะเอ่ย " ย่อมได้ เพียงหนึ่งมื้อ " กล่าวเสร็จเขาก็เดินเข้าไปในศาลเจ้าอีกครั้ง
พระชรากลายเป็นมีความสุขและรีบกลับไปยังศาลเจ้า เสียงกระหึ่มดังมาจากห้องครัวและใช้เวลาไม่นานนักที่พระชราจะเดินออกมาพร้อมกับถือทาดอาหาร
" เนื้อหงส์ฟ้า , เต่าทะเลน้ำแข็ง , น้ำตาปลามังกร " ไส้เดือนดินมองไปยังจานทั้งหมดและตะโกน " เจ้าแก่ เป็นเพราะอาหารมื้อนี้ บิดาเจ้าคนนี้จะไม่เอาโทษเรื่องที่เจ้าขโมยปืนใหญ่ศักดิ์สิทธิ์ของข้า " พูดเสร็จแล้วเสียงกินด้วยความหิวโหยก็ดังออกมา
พระชรานั้นเป็นคนรักในการทำอาหาร หลังจากเห็นไส้เดือนดินนั้นกินราวกับพายุ เขาก็รีบเข้าไปแย้งและโกน " เหลือไว้ให้ข้า ! "
ซือเสี่ยวเตี๋ยนั้นกลายเป็นตกตะลึง แต่ไม่ใช่เพราะว่าทั้งสองคนที่กำลังแข่งกันแย่งกินอาหาร แต่นางตกตะลึงกับอาหารบนโต๊ะ นางไม่กล้าเชื่อว่ามื้ออาหารดังกล่าวจะปรากฏบนศาลเจ้าได้
นางนั้นรู้จักอาหารเพียงแค่สองสามอย่างบนโต๊ะ นางนั้นเคยกินเนื้อหงส์ฟ้าและเต่าทะเลน้ำแข็งเพียงแค่ครั้งเดียว บิดาของนางต้องออกไปล่าด้วยตัวเองเพื่อจะได้สองสิ่งนี้มา พวกมันเป็นอาหารรสเลิศและมีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้บ่มเพาะ คนธรรดมาไม่สามารถหากินได้
" ลองชิมมัน อย่าได้พลาดโอกาสที่ดี " เทียบกับพระชราและไส้เดือนดินที่กินอย่างน่ารังเกียจ หลี่ฉีเย่นั้นเพียงตักมันกินหนึ่งหรือสองอย่าง
ซือเสี่ยวเตี๋ยนั้นกลายเป็นสงบและเข้าสู่สงครามการแย่งชิงอาหาร นางไม่ลังเลใดๆที่จะแย่งชิงเพื่ออาหารมื้อนี้
อาหารที่เลิศรสนั้นหายไปในพริบตา พระชราและไส้เดือนดินพยามอย่างถึงที่สุดขณะเดียวกันซือเสี่ยวเตี๋ยก็ไม่ยอมแพ้ กระทั้งนางที่เป็นเจ้าหญิงของประเทศ นี้ก็ยังเป็นอาหารที่ดีที่สุดในชีวิตของนาง นางรู้สึกได้ว่ารูขุมขนทั่วร่างของนางกำลังเปิดออก
มีเพียงหลี่ฉีเย่เท่านั้นทีกัดไปไม่กี่คำ พระชราทันใดนั้นก็รีบนำสุราเลิสรสมาเทให้หลี่ฉีเย่อย่างรวดเร็ว
จากนั้นเขาก็เอ่ย " น้องชายท่านนี้ควรจะลองมัน นี้เป็นผลงงานพิเศษของสำนักเต๋าสวรรค์ของเรา "
" สุราเซียนสยบสายฝน - สุราที่ดี " หลี่ฉีเย่ดื่มมันและเอ่ยชื่นชม " โลกนี้นั้นรู้ว่าหวังหยุนนั้นรักสุรา แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเขาชอบในการหมักสุราเช่นกัน ? "
" น้องชายท่านนี้เป็นคนที่รู้ในสิ่งต่างๆอย่างยอดเยี่ยมจริงๆ ! " พระชราเอ่ย " นี้เป็นสุราที่ถูกหมักโดยผู้ก่อตั้งของพวกเรา และมันมีเหลือไม่มากในสำนักเต๋าสวรรค์ "
พระชรานั้นรักสุรานี้มากและไม่กล้าแม้แต่จะดื่มมัน แต่เขายินดีที่จะมอบมันให้หลี่ฉีเย่
ซือเสี่ยวเตี๋ยนั้นกลายเป็นสั่นไหว หวังหยุนนั้นเป็นตัวตนอมตะที่มีชื่อเสียง ใครจะรู้ว่าสุรานี้เขาเป็นคนหมัก ต้นกำเนิดของมันยิ่งใหญ่จริงๆ
" ฮึ่มม ! สุราเซียนสยบสายฝนมีอะไรดีกัน ? นี้เป็นเพียงสุรากระจอกๆที่ไม่ได้เป็นสุราที่ดีที่สุดบนโลก ! ย้อนกลับไปยังแผ่นดินของพระเจ้าในตอนนั้น.."
หลี่ฉีเย่ขัดขว้างเขาจากการพูดมากเกินไปโดยเตะไปที่ลำตัวของเขาและเอ่ย " เจ้ากินพอแล้วก็หุบปาก "
ไส้เดือนดินทันใดนั้นก็หุบปากของมันสนิทและไม่กล้าเอ่ยสิ่งใดอีก
หลี่ฉีเย่นั้นดื่มไปอีกแล้วแก้วก่อนจะเอ่ย " สุราที่ดี ข้าดื่มมันเสร็จแล้ว บอกสิ่งที่เจ้าต้องการมา "
พระชราทันใดนั้นก็หัวเราะแห้งก่อนจะถูมือไปมาและเอ่ย " น้องชายท่านนี้มาจากที่ใดและมีฉายาว่าอะไรรึ ? "
หลี่ฉีเย่เหลือบมองเขาก่อนจะยิ้มและสายหัว " เจ้ากล่าวผิดแล้ว ข้าเป็นเพียงศิษย์ไร้ชื่อของนิกายกำยานโบราณ เป็นเพียงแค่ศิษย์ธรรมดาชื่อหลี่ฉีเย่ "
ไส้เดือนดินทันใดนั้นก็กล่าวอย่างยิ่งยะโส " ย้าา เจ้าต้องเรียกเขาว่านายน้อยหลี่ เทพหลี่ หรือไม่ก็บรรพชนอมตะหลี่ ! "
หลี่ฉีเย่ตบไปที่ไส้เดือนดินก่อนจะเอ่ย " หยุดพูดจาไร้สาระ ! "
ฤดูน้อยทันใดนั้นก็ยิ้มแห้งและปิดปากของเขา
พระชราทันใดนั้นก็จ้องมองหลี่ฉีเย่เป็นเวลานาน จากนั้นเขาก็หยุดถามอีก ไม่ว่าชื่อหลี่ฉีเย่นั้นจะเป็นชื่อจริงหรือปลอมแต่ตัวตนของชายคนนี้ต้องไม่ธรรมดา !
หลี่ฉีเย่มองไปยังพระชราและเอ่ยถาม " เจ้าชื่ออะไร ? ตั้งแต่ยุคไหนที่เจ้ามาอยู่ที่ลานนิรันดร์ ? "
พระชราทันใดนั้นก็ประสานมือด้วยความนับถือและเอ่ย " ข้าจะกล่าวอย่างตรงไปตรงมากับน้องชายท่านนี้ ตาแก่คนนี้ชื่อเผิงกุน ข้านั้นเป็นศิษย์ของลานนิรันดร์มาเจ็ดรุ่น และข้าเป็นศิษย์เพียงคนเดียว ตอนนี้ข้าดูแลสถานที่แห่งนี้อยู่ "
หลี่ฉีเย่ " ข้านั้นยังเด็กอยู่ อย่าได้ทำเหมือนว่าข้านั้นแก่ไปนัก เจ้าสามารถเรียกข้าว่านายน้อยได้ " หลี่ฉีเย่มองไปที่เขาชั่วครู่ก่อนจะไม่เอ่ยสิ่งใด
พระชรานั้นมองไปยังหลี่ฉีเย่และต้องการจะเอ่ยบางอย่าง ซือเสี่ยวเตี๋ยรู้สึกได้ว่าหลี่ฉีเย่นั้นมีบางอย่างที่ต้องการจะเอ่ยเช่นกัน
หลังจากจมอยู่ในความเงียบเป็นเวลานาน หลี่ฉีเย่ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม " มังกู่สบายดีหรือไม่ ? นางไม่ได้เป็นผู้รับผิดชอบลานนิรันดร์อีกต่อไปแล้วรึ ? "
หลังจากเรื่องราวผ่านมาหลายปี หลี่ฉีเย่ไม่อยากจะถามถึงสาวน้อยคนนั้นในอดีต แต่เขาก็ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้
พระชราเผิงเอ่ยตอบ " ผู้ก่อตั้งนั้นอยู่อย่างสันโดดภายในพื้นที่ลับของสำนักเต๋าสวรรค์และนางไม่ต้องการจะเห็นโลกภายนอก กระทั้งข้าก็ไม่สามารถพบนางได้ "
หลี่ฉีเย่ไม่ถามอะไรเพื่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขามองไปยังพระชราเผิงและเอ่ย " เจ้าบ่มเพาะกายานิรันดร์ อาจารย์ของเจ้าไม่ได้บอกรึว่ามันเป็นการเปล่าประโยชน์ ? "
ซือเสี่ยวเตี๋ยนั้นตกตะลึงหลังจากได้ยินคำพูดนี้ กายานิรันดร์ - นี้เป็นหนึ่งในสิบสองกายาอมตะ และมันก็ยังไม่น่าเชื่อมากขึ้นที่พระชราคนนี้จะบ่มเพาะกายานิรันดร์ ไม่น่าเชื่ออย่างแท้จริง ! สำนักเต๋าสวรรค์สมแล้วที่เต็มไปด้วยเหล่าเสือซ่อนมังกรหมอบ
พระชราทันใดนั้นก็กลายเป็นตกตะลึง ก่อนจะลุกขึ้นยืนและโค้งคำนับ " โปรดชี้แนะข้าหนึ่งหรือสองอย่าง เมื่ออาจารย์ของข้านั้นมีชีวิตอยู่ เขาก็พูดถึงเรื่องนี้ ทว่าเมื่อข้ายังเด็กข้าได้ก้าวผิดพลาดเพราะขาดความอดทน "
" ข้าไม่สามารถช่วยเจ้าได้ " หลี่ฉีเย่ส่ายหัวยิ้มและเอ่ย " กายานิรันดร์นั้นมีชื่อว่านิรันดร์ เจ้าสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนของมันนับเดือนและปีอันยาวนานเท่านั้นถึงจะฝึกฝนมันได้ อย่าได้พยามเปลี่ยนมัน มีเพียงโอกาสที่เจ้าจะได้เกิดใหม่จากนั้นเจ้าจงกลับไปสู่เส้นทางที่ถูกต้อง "
พระชรานั้นอยู่ในความงุนงงหลังจากได้ยินคำกล่าวนี้ เขานั้นบ่มเพาะกายานิรันดร์มาเป็นเวลานาน เขารู้สึกได้ว่าคำแนะนำของหลี่ฉีเย่ทำให้เขาเข้าใจบางอย่าง
เขาทันใดนั้นก็โค้งคำนับและเอ่ย " ขอบคุณน้องชายสำหรับคำแนะนำที่ดี "