285
ตอนที่ 285 ฤดูน้อย
ปรากฏว่ามันไม่มีสิ่งใดอยุ่ภายในเมื่อหลี่ฉีเย่เปิดลำตัวสีเหลืองของมันออกมา และนี้ทำให้การแสดงออกของเขาเปลี่ยนไปอย่างมาก
ทันใดนั้นเสียงที่ฟังดูขี้เกียจก็ดังขึ้น " เจ้ากำลังมองหาสิ่งนี้อยู่รึ ? " การปรากฏตัวของคนคนนี้ทำให้ซือเสี่ยวเตี๋ยตกตะลึง นี้เป็นพระชราคนที่หลับอยู่ภายในศาลเจ้า จู่ๆเขาก็มาปรากฏตัวอยู่ด้านข้างของพวกเขาโดยไม่มีเสียงเตือนใดๆ
ดวงตาของเขานั้นยังมีอาการง่วงงุนและเปิดครึ่งปิดครึ่ง พระชราคนนี้ถือรถปืนใหญ่ดินเหนียวที่อยู่บนฝ่ามือ แต่รถปืนใหญ่ในมือของเขาไม่ได้มีขนาดใหญ่นัก แต่มันดูเหมือนจะหนักมากจากท่าทางของเขา
หลี่ฉีเย่กระโดดออกจากหลุมที่ขุน สายตาของเขานั้นหรี่ลงเมื่อจ้องไปยังรถปืนใหญ่ดินเหนียวในมือพระชรา
พระชรานั้นเอ่ยอย่างเฉื่อยชา " มาถึงศาลเจ้าของข้าเพื่อจะขโมยนี้ไม่ดีนัก "
หลี่ฉีเย่มองเขาและเอ่ยอย่างไม่เมินเฉย " ขโมย ? เจ้าต่างหากที่เป็นคนขโมย บรรพบุรุษของข้านั้นฝังมันไว้ในไส้เดือนตัดมิติและฝังอยู่ที่นี่มาหลายยุค เพื่อวันหนึ่งข้าจะกลับมาที่นี่และเอามันไป "
ทันใดนั้นสายตาของพระชราก่อจ้องไปยังหลี๋ฉีเย่และเอ่ย " บรรพบุรุษของเจ้า ? ใครกัน ? "
คำถามของเขาเป็นสิ่งเดียวกับสิ่งที่ซือเสี่ยวเตี๋ยต้องการถาม แต่นางไม่ต้องการจะเอ่ยถา
หลี่ฉีเย่นั้นวางไส้เดือนลงก่อนจะเอ่ย " เจ้าช่างถามากมายนัก มันมีบางเรื่องที่เจ้าไม่ควรจะเอ่ยถาม ไม่เช่นนั้นมันจะนำความตายมาให้ "
" จริงรึ ? " พระชรานั้นยิ้มอย่างและเอ่ย " ตาแก่คนนี้นั้นต้องการจะตายมาเป็นเวลานานแล้ว แต่ไม่มีใครช่วยข้าได้ ในเมื่อเจ้าขุดไส้เดือนตัวนั้นขึ้นมา เจ้าจะมอบมันให้กับข้าใช่หรือไม่ ? ฮี่ฮี่ ครั้งล่าสุดเจ้าสิ่งนี้นั้นหลบหนีเร็วเกินไป ไม่เช่นนั้นมันคงมาเป็นอาหารยามจิบสุราของข้า "
" นี้ตาแก่เจ้าไม่ควรจะแตะต้องสิ่งนี้ " หลี่ฉีเย่นั้นเอ่ยช้าๆ " ผู้ก่อตั้งลานนิรันดร์ไม่ได้บอกเจ้ารึ ? "
พระชราที่ง่วงนอนนั้นไม่ได้สนใจ เขายิ้มให้และเอ่ย " ฮี่ฮี่ ปีศาจน้อยอย่าได้โม้มากเกินไป ตาแก่คนนี้ไม่มีทางเชื่อคำกล่าวของเจ้า "
หลี่ฉีเย่จ้องดวงตาของเขาไปทางพระชราและเอ่ยถามเสียงเย็น " มังกู่อนู่ที่ไหน ? มังกู่ไปอยู่ที่ไหน ! "
อาการง่วงนอของพระชราทันใดนั้นก็หายไปทันที สายตาของเขานั้นจ้องมองไปยังหลี่ฉีเย่อย่างจริงจัง สายตาของเขากลายเป็นน่ากลัวมากขึ้นราวกับสามารถจะกลืนกินได้ทุกสิ่ง
ซือเสี่ยวเตี๋ยนั้นตกตะลึงอย่างมาก แม้ว่านางนั้นจะไม่เห็นผู้เชียวชาญที่แท้จริงมาก่อน แต่นางก็รู้ได้ว่าพระชราคนนี้น่ากลัวอย่างมาก ทว่านางก็ไม่เข้าใจเหตุผลว่าทำไมพระชราคนนี้ได้กลายเป็นน่ากลัวหลังจากได้ยินชื่อ ' มังกู่ '
พระชรานั้นกลายเป็นตกตะลึงขณะจ้องมองหลี่ฉีเย่ เขาทันใดนั้นก็เอ่ยถามเสียงสั่น " เจ้า...นี้เจ้าเป็นใครกัน ? " พระชราทันใดนั้นก็ปล่อยแสงโลหิตออกมา ซือเสี่ยวเตี๋ยนั้นสัมผัสได้ว่าแสงนี้มีอำนาจาพอที่จะสยบได้ทุกสิ่ง พระชรานั้นพยามจะซ่อนพลังงานในสายเลือดของตัวเอง แม้แต่พลังงานในสายเลือดจางๆก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ซือเสี่ยวเตี๋ยรู้สึกราวกับเจอพญามังกรอยู่ด้านหน้า
หลี่ฉีเย่นั้นกล่าวอย่างไม่แยแส " พระชรา มันจะกว่าหากว่าเจ้าไม่ต่อต้านข้า แม้แต่หวังหยวนของสำนักเต๋าสวรรค์ของเจ้าลุกขึ้นมาจากหลุมฝังศพเขาก็ยังไม่กล้าจะทำอะไรข้า ! ไม่เช่นนั้นข้าจะขยี้สำนักเต๋าสวรรค์ทิ้งซะ ! "
ซือเสี่ยวเตี๋ยนั้นกลายเป็นตกตะลึงหลังจากได้ยินชื่อ ' ปราชญ์ลำดับสอง ! '
หวังหยวน - ชื่อนี้นั้นเป็นดั่งสายฟ้าฟาดไปที่หูของผู้คนโดยเฉพาะภายในดินแดนร้อยเมือง หวังหยวนนั้นไม่ใช่จักรพรรดิอมตะ แต่เขาก็ไม่ได้มีอำนาจด้อยกว่าแต่อย่างใด ในยุคโบราณ เขานั้นฟื้นฟูสำนักเต๋าสวรรค์ที่กำลังตกต่ำให้รุ่งเรื่องอีกครั้ง ดังนั้นสถานะของเขาในสำนักเต๋าสวรรค์ก็ราวกับเป็นผู้ก่อตั้ง
หลายล้านปีผ่านไปและหวังหยวนนั้นตายเป็นเวลานานแล้ว แต่สำนักเต๋าสวรรค์ยังระลึกถึงเขาและเรียกเขาว่าเป็นปราชญ์ลำดับสอง มีเพียงหวังหยวนที่ได้รับการตั้งชื่อจากสำนักเต๋าสวรรค์
พระชรานั้นเต็มไปด้วยความตกตะลึงและเบิกตากว้างก่อนจะมองหลี่ฉีเย่อย่างระมัดระวัง เขาทันใดนั้นก็ไม่กล้าทำอะไรประมาทและเก็บพลังงานในสายเลือดของเขา
หลี่ฉีเย่ไม่ได้สนใจเขาและเคาะไปยังไส้เดือนสีเหลืองด้วยท่วงทำนองที่เป็นจังหวะ
ทันใดนั้นเสียง ' ตูม ! ' ก็ปรากฏขึ้น ทันใดนั้นไส้เดือนตัดมิติก็ตื่นขึ้นและบินออกไปไกล
หลังจากสร้างระยะทางได้แล้ว มันก็เริ่มบ่น " อีย้าา ! มารดามันเถอะ ! สารเลวตัวไหนแอบโจมตีบิดาผู้นี้ ? "
ซือเสี่ยวเตี๋ยนั้นถูกแช่แข็ง นางนั้นไม่เคยเห็นไส้เดือนที่สามารถสบถได้เช่นนี้มาก่อน นี้เป็นเรื่องไกลตัวนางอย่างแท้จริง มีหลายร้อยปีศาจหลายนร้อยเผ่าพันธ์ในดินแดนร้อยเมืองทางตะวันออก และซือเสี่ยวเตี๋ยเคยเห็นปีศาจมาเป็นจำนวนมาก แต่นางก็ยังไม่เคยเห็นไส้เดือนที่ประสบความสำเร็จในเส้นทางเต๋า
ไส้เดือนตัดมิติเมื่อมันเห็นพระชราทันใดนั้นมันก็คำราม " อิย้าา มารดามันเถอะ มันเป็นพระชราเน่าเหม็น ! "
เมื่อเห็นพระชราถือดินปืนใหญ่อยู่ในมือ มันทันใดนั้นก็กลายเป็นโกรธและคำราม " สารเลว ! พระชราเจ้าสารเลว ! คืนปืนใหญ่ศักดิ์สิทธิ์ของข้ามา ! ไม่เช่นนั้นตัวตนอมตะคนนี้จะทำลายศาลเจ้ากระจอกๆของเจ้า ! "
พระชราทันใดนั้นก็หรี่ตาก่อนจะหัวเราะ " ไส้เดือนดินจอมโอ้อวด ! ไส้หัวไปหรือจะให้ข้านำเจ้ามากิบพร้อมกับสุรา ! "
" ตูดเจ้าเถอะ ! สารเลวเจ้ากระทั้งลอบโจมตีข้าถึงสองครั้ง ด้วยทักษะที่อ่อนแอของเจ้า เจ้ายังกล้าฝันที่จะขโมยดินเหนียวปินใหญ่ของข้า ? เหอะ เหอะ เหอะ เจ้าแก่สารเลว คืนของของข้ามา ! " ไส้เดือนคำรามด้วยความโกรธ " ไม่เช่นนั้นข้าจะไล่เจ้าออกไปจากสถานที่แห่งนี้ สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่ที่ที่ไก่จะมาวางไข่เล่น บรรพบุรุษของเจ้ามันบัดซับ ! หากเจ้านายของเจ้าคนนี้ไม่สัญญาว่าจะไม่ออกจากสถานที่แห่งนี้ละก็ เช่นนั้นข้าจะคงจะเนรเทศเจ้าออกจากสถานที่แห่งนี้ไปนานแล้ว ! เร็วเขารีบคืนปืนใหญ่ศักดิ์สิทธิ์ของข้ามา ! "
ซือเสี่ยวเตี๋ยนั้นตกตะลึงอย่างมาก มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีคนเอ่ยคำสาปแช่งเช่นนี้ แต่การที่คำกล่าวเช่นนี้ออกมาจากไส้เดือนนั้นมันช่างน่าเหลือเชื่อ
หลี่ฉีเย่นั้นตบลงไปยังตำแหน่งข้างๆของเขาและเอ่ยกับไส้เดือน " เอาละ ฤดูน้อย เร็วเข้ารีบมานี้ ข้าจะนำปืนใหญ่ศักดิ์สิทธิ์กลับมาให้เจ้าเอง "
ไส้เดือนทันใดนั้นก็หันไปมองหลี่ฉีเย่อย่างยิ่งยโส " สารเลวน้อย นี้เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครกัน ? เจ้าถึงได้กลามาเรียกข้าว่าฤดูน้อย ? เจ้าต้องการให้ข้าระเบิดตัวเจ้าให้เขาไปในมิติแปลกๆด้วยการยิงปืนใหญ่เพียงนัดเดียวรึ !? ลองเรียกข้าว่าฤดูน้อยอีกครั้ง แล้วมาดูกันว่าข้าจะขับไล่เจ้าไปยังมิติอื่นจนไม่ได้กลับมาอีกตลอดกาลหรือไม่ ! "
หลี่ฉีเย่เหลือบมองไปยังไส้เดือนตัวนั้นและเอ่ย " ฤดูน้อย อย่าให้ข้าต้องปาเจ้ากลับไปยังวิหารแห่งความหายนะ "
ไส้เดือนกระโดดขึ้นและจ้องหลี่ฉีเย่ด้วยความตกตะลึงก่อนจะเอ่ย " นี้เจ้ารู้จักรวิหารแห่งความหายนะได้อย่างไรกัน ? " เขานั้นเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อละเอ่ยถาม " เจ้าเป็นใครกันแน่ ? " ไส้เดือนดินที่พึงปากเสียอยู่เมื่อครู่กลายเป็นระมัดระวังอย่างมาก
หลี่ฉีเย่เอ่ยอย่างสบายๆ " ข้ากระทั้งรู้จักนกที่กัดเจ้าในวิหารแห่งความหายนะ หากเจ้ายังทำปากเก่งต่อไป ข้าจะให้มันกินเจ้าซะ ! "
" มารดามันเถอะ ! " ไส้เดือนตัดมิติทันใดนั้นก็กระโดดตัวขึ้นและพูดติดอ่าง " นี้เจ้า..เจ้าเอาจริง ? "
" เจ้าอยากลองเอง " หลี่ฉีเย่ทันใดนั้นก็ท่องบทสวดออกมา และบทสวดที่แท้จริงนี้กลายเป็นสายโซ่เขาสู่ร่างกายของไส้เดือนดิน
ไส้เดือนดินทันใดนั้นก็ตะโกนด้วยความตื่นเต้น " พระเจ้า ! นายน้อย ! นายน้อยผู้เป็นตัวตนอมตะของโลก ในเก้าโลกและสิบแผ่นดินและห้าดินแดนและหกเต๋า ภายใต้ชั้นฟ้าและเผ่าพันธ์ทั้งหลาย...ฤดูน้อยตัวนี้รู้ดีว่าไม่มีสิ่งใดหยุดนายน้อยจากการกลับมาได้ ! ราชันจะกลับมาปกครองโลกและเหล่าตัวตนอมตะจะต้องยอมสยบ ผู้ที่สร้างสนมงามติดตามนับสามร้อยล้านคนและผูกพันแต่งงานกับเทพธิดาอีกนับล้านล้าน..."
ไส้เดือนดินก่อนหน้านี้ทันใดนั้นก็กลายเป็นกล่าวสรรเสริญหลี่ฉีเย่ราวกับวงบรรเลง ซือเสี่ยวเตี๋ยและพระชราเปิดปากกว้าง ไส้เดือนที่หยิ่งยโสต่อหน้าทุกคนทันใดนั้นก็กลายเป็นข้ารับใช้ที่ซื่อสัตย์
หลี่ฉีเย่เอ่ยกับไส้เดือนดิน " เอาละ หากเจ้ายังกล่าวว่าขยะเช่นนี้อีก ข้าจะปาเจ้ากลับไปยังวิหารแห่งหายนะ "
ไส้เดือนดินทันใดนั้นก็พุ่งเข้าหาหลี่ฉีเย่และถูมันเข้ากับตัวของเขาด้วยท่าทางที่มีควาสุขอย่างเหลือล้น มันดูราวกับต้องการจะเอาใจหลี่ฉีเย่ หลี่ฉีเย่จับไปยังลำตัวสีเหลืองด้านหลังของมันก่อนที่จะมาวางไว้ข้างๆเขา
ด้วยการสนับสนุนของหลี่ฉีเย่ ไส้เดือนดินทันใดนั้นก็คำรามอย่างหยิ่งยโส " พระชราเอ๋ย รีบคืนปีนใหญ่ศักดิ์สิทธิ์ของข้ามา ! " เขาตะโกนอย่างไม่แยแส " หากเจ้าไม่คืนมันให้ข้า นายน้อยของข้าจะเลาะฟันของเจ้าและทำลายบ้านของเจ้า ไม่ เข้าจะกระทั้งทำลายขยะอย่างสำนักเต๋าสวรรค์ ! "
หลี่ฉีเย่เคาะไปยังไส้เดือนดินก่อนจะเอ่ย " เจ้าหยุดกล่าวได้แล้ว " ทันใดนั้นไส้เดือนดินก็กลายเป็นสงบลงทันที
ไม่มีอาการง่วงนอนอีกต่อไปภายในสายตาอของพระชรา เขานั้นมองไปหลี่ฉีเย่อย่างระมัดระวังและครุนคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะหัวเราะเสียงแห้ง " ข้าเพียงแค่ล้อเล่น มันเป็นเพียงเรื่องตลกและอยากหยอกล้อไส้เดือนดินเล่นเท่านั้น แต่ข้าไม่ได้มีความแค้นใดๆต่อกันจริงๆ "
พระชราทันใดนั้นก็มอบปืนใหญ่ศักดิ์ศิทธิ์กลับคืนสู่มือของหลี่ฉีเย่
หลีฉีเย่นั้นวางปืนใหญ่ศักดิ์สิทธิ์กลับเข้าไปยังลำตัวสีเหลืองด้านหลังของไส้เดือนดิน
ทว่าไส้เดือนดินนั้นเหมือนจะไม่ได้ปล่อยเรื่องนี้ผ่านไปได้ง่ายๆ เขาคำราม " ท่านปู่เจ้าเถอะ เจ้ากระทั้งกล้าจะโจมตีข้ามาก่อน ? บิดาคนนี้จะไม่ปล่อยเจ้าไป ข้าต้องการพบมังกู่.." ไส้เดือนดินนี้ฮึกเฮิมอย่างมากเมื่อมีหลี่ฉีเย่สนับสนุนเขาอยู่
ใบหน้าของพระชรากลายเป็นซีดขาวเมื่อชื่อของ ' มังกู่ ' ถูกกล่าวออกมา
หลี่ฉีเย่เคาะไปยังลำตัวของไส้เดือนดินและเอ่ย " พอแล้ว เจ้าควรจะปล่อยเรื่องนี้ไป อย่าลืมเจ้าเองก็ยืมพลังจากเส้นเลือดดำของสำนักเต๋าสวรรค์มาเช่นกัน "
" ฮึ่มม ดูเหมือนเจ้าแก่ชรานี่ครั้งนี้จะโชคดี ! " ไส้เดือนดินนั้นยังรู้สึกไม่พอใจ แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจบปัญหานี้ลง