284
ตอนที่ 284 ไส้เดือนตัดมิติ
ย้อนกลับไปเมื่อนางยอมรับข้อตกลง นางนั้นไม่เคยคาดว่าหลี่ฉีเย่จะพานางมาที่นี่เพื่อสอนสุดยอดทักษะของบรรพบุรุษนาง
ซือเสี่ยวเตี๋ยทันใดนั้นก็กลายเป็แข็งค้างและเอ่ย " ทำไม...ทำไมเจ้าถึง.." นางนั้นเต็มไปด้วยอารมณ์หลายอย่างละไม่รู้ว่าจะเอ่ยสิ่งใด
" ด้วยความสามารถ ความรู้ และนิสัยของเจ้า ตอนแรกข้าไม่อยากจะสอนมันให้เจ้า " หลี่ฉีเย่ยิ้มก่อนจะเอ่ย " แต่เพราะว่าเจ้าเป็นลูกหลานตระกูลซือ ข้าจึงให้โอกาสเจ้า หากเจ้าสามารถคว้ามันได้นั้นก็เป็นเพราะโชคชะตาของเจ้าแล้ว "
ซือเสี่ยวเตี๋ยนั้นอยู่ในความงุนงง หากนางไม่ยอมรับที่จะกลายมาเป็นสาวใช้ของหลี่ฉีเย่ในตอนนั้น นางนั้นจะสูญเสียโอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในช่วงชีวิตของนางไป
หลี่ฉีเย่เอ่ยช้าๆ " อย่าได้คิดมาก นั้งลงนี้เป็นโอกาสที่ดี "
ซือเสี่ยวเตี๋ยกลับคืนสู่ความสงบของนางก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกและนั่งลงตามคำสั่งของหลี่ฉีเย่ก่อนจะปิดตา
" ใช้จิตใจของเจ้า ดวงตาเทพนั้นใช้จิตใจเป็นแหล่งพลังงาน หากเจ้าไม่สามารถใช้จิตใจมองเห็นได้ เช่นนั้นเจ้าไม่สามารถดึงพลังของมันออกมาได้ ดวงตาเทพนั้นสร้างมาจากเต๋านับหมื่น แต่ต้นกำเนิดพลังของมันไม่ได้มาจากดวงตา แต่ทว่าเป็นจิตใจ ดวงตาเทพนั้นเป็นเหมือนหน้าต่าง ไม่ว่าเจ้าจะมองเห็นทิวทัศน์รอบนอกได้หรือไม่มันขึ้นอยู่กับจิตใจของเจ้าเอง " หลี่ฉีเย่เอ่ยสอนนาง นางนั้นยังคงมองไม่เห็นในครั้งแรก ครั้งที่สอง ครั้งที่สามรูปปั้นบรรพบุรุษของนางก็ปรากฏตัวอยู่ในจิตใจนางอย่างช้าๆ ทันใดนั้นนางก็เปิดดวงตาของนาง ในเวลานี้ซือเสี่ยวเตี๋ยนั้นเห็นดวงตาของบรรพบุรุษนางส่องประกายสีทองอย่างชัดเจน
นางนั้นตะโกนอย่างมีความสุข " ข้าเห็นมันแล้ว ! " หลังจากนางเปิดตา รูปปั้นภายในใจก็หายไปอีกครั้ง
" ไม่เลว " หลี่ฉีเย่พยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะเอ่ย " เพียงแค่ใช้ตามองอย่างเดียวยังไม่พอ เจ้าต้องใช้จิตใจมองด้วย นี้ขึ้นอยู่กับโชคชะตาของเจ้าว่าเจ้าจะสามารถได้รับเนตรหมื่นสงครามศักดิ์สิทธิ์ของบรพรบุรุษเจ้าหรือไม่ "
ซือเสี่ยวเตี๋ยสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะพยักหน้าอย่างเคร่งครัดแล้วเอ่ย " ข้าจะพยามให้ดีที่สุด ! "
ซือเสี่ยวเตี๋ยนั้นมีอายุมากกว่าหลี่ฉีเย่หลายปี แต่ในเวลานี้นางนั้นทำตัวราวกับศิษย์คนหนึ่งต่อหน้าเขา นี้เป็นฉากที่น่าเหลือเชื่ออย่างมาก
นางหลับตาลงและค่อยๆมองดวงตาบรรพบุรุษของนางอีกครั้ง ดวงตาสีทองคู่นั้นคอยๆเปลี่ยนแปลงไป ขณะที่มันเปิดออก ความลึกล้ำของดวงตานั้นก็ทำให้ซือเสี่ยวเตี๋ยจมเข้าสู่เต๋าของโลก ดวงตานั้นค่อยๆถูกสร้างขึ้นอย่างช้าๆ
ซือเสี่ยวเตี๋ยนั้นจมอยู่ในจิตวิญญาณของนางในการศึกษาความลึกซึ้งของเต๋า
ขณะที่ซือเสี่ยวเตี๋ยกำลังจมอยู่ในสุดยอดทักษะของบรรพบุรุษนาง หลี่ฉีเย่ที่อยู่ในวัดบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์ก็ฝึกฝน ทักษะของเทพหมื่นหัตถ์ที่แท้ - หมื่นหัตถ์สยบเก้าโลก !
หมื่นหัตถ์สยบเก้าโลกนั้นเป็นสุดยอดทักษะและมันกระทั้งไม่ด้อยกว่าหากเทียบกับทักษะจักรพรรดิอื่นๆ มันอาจจะกล่าวได้ว่าเป็นทักษะต้องห้ามและท้าทายสวรรค์เป็นอย่างมาก
มันเป็นทักษะที่ถูกสร้างมาจากเทพหมื่นหัตถ์ที่แท้ดังนั้นหลี่ฉีเย่จึงรู้อำนาจของมันดี ขณะที่เขาจดจ่ออยู่กับการฝึกฝน เขาก็เสียที่ว่าเขายังไม่มีได้มีอาวุธที่เหมาะสม
เขายังไม่สมบัติอาวุธจำนวนมากในขณะนี้ และความจริงข้อนี้ก็กลายเป็นชัดเจนมากขึ้นเมื่อเขาฝึกหมื่นหัตถ์สยบเก้าโลก
เขานั้นสามารถใช้ได้เพียงแค่เกาทัณฑ์สยบเก้าโลกและจารึกชิ้นส่วนดินแดน เขานั้นมอบดาบหกเต๋าและกระบี่ทรราชอมตะให้กับ หลี่ซ่วงเหยียนและเฉินเป่าเจียวไปแล้ว
ขณะเดียวกันซือเสี่ยวเตี๋ยก็ยังคงใช้โอกาสนี้ให้คุ้มค่าและทำการบ่มเพาะอย่างบ้าคลั่ง หลี่ฉีเย่ก็เป็นเช่นเดียวกัน
หลังจากบ่มเพาะเป็นเวลานาน หลี่ฉีเย่ก็นำซือเสี่ยวเตี๋ยออกมาด้านนอกและเอ่ย " มานี่ ข้ามีบางอย่างจะให้เจ้า " กล่าวเสร็จแล้วเขาก็ส่งเครื่องมือทั้งหมดไปให้ซือเสี่ยวเตี๋ย
นางนั้นติดตามเขาไปโดยไม่เอ่ยสิ่งใด พวกเขาเดินเข้าไปยังพื้นที่ของสำหนักเต๋าสวรรค์ในส่วนลึก เมื่อมาถึงนางนั้นตัดไผ่มากกว่าสิบต้น ไผ่เหล่านี้เป็นสีม่วงเข้มและให้ความรู้สึกราวกับเหล็กเย็น
ขณะที่นางกำลังมอบไผ่ให้กับหลี่ฉีเย่ นางอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม " นี้เป็นไผ่แบบใดกัน ? "
" นี้เป็นไผ่ม่วงเหล็ก มันใกล้เคียงกับไม้ชั้นสูงมากที่สุด " หลี่ฉีเย่เอ่ยตอบ " พวกเราต้องไปยังลานนิรันดร์ข้ามีบางอย่างต้องทำ "
ซือเสี่ยวเตี๋ยนั้นไม่ทราบว่าลานนั้นตั้งอยู่ที่ใด แต่นางนั้นไม่ได้เอ่ยถามสิ่งใดและติดตามหลี่ฉีเย่ไปเพียงอย่างเดียว นิสัยของซือเสี่ยวเตี๋ยนั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากหลังจากติดตามหลี่ฉีเย่
เมื่อพวกเขามาถึงหน้าลานนิรันดร์ ซือเสี่ยวเตี๋ยก็พึงตระหนักได้บ้านมีศาลเจ้าตั้งอยู่ไม่ไกลจากวัดบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์
นางนั้นมองไปยังศาลาเล็กๆแห่งนี้และไม่สามารถจินตนาการได้ว่ามีสมบัติแบบใดซ่อนอยู่ ทว่านางก็เลือกที่จะเชื่อมั่นในตัวหลี่ฉีเย่ไม่ว่าเจาจะทำอะไร และในสายตาของนางตอนนี้ไม่มีใครสามารถเชื่อถือได้มากว่าเขาอีกแล้ว นางนั้นคิดตามหลี่ฉีเย่มายังศาลเจ้าแห่งนี้จนถึงหน้าลานนิรันดร์และได้ยินเสียงกรนที่ดังสนั่น
ซือเสี่ยวเตี๋ยนั้นตกใจอย่างมากกับเสียงนี้ เพราะนางไม่คิดว่าจะมีคนมาอยู่ด้านใน นางกระซิบถาม " มีคนอยู่ที่ด้วย ? "
หลังจากมาถึงหน้าประตูและมองเห็นพระชรารูปหนึ่งนอนอยู่ด้านใน ซือเสี่ยวเตี๋ยนั้นอดไม่ได้ที่จะกลายเป็นตื่นตระหนก
พระชราคนนี้ยังคงนอนหงายอยู่ในท่าเดียวกันเหมือนกับที่หลี่ฉีเย่มาเจอเขาในตอนนั้น
หลี่ฉีเย่นั้นเดินไปรอบๆศาลเจ้า หลี๋ฉีเย่นั้นเดินผ่านศาลเจ้าไปมาราวกับว่าเขานั้นกำลังพยามจะหาบางอย่าง ซือเสี่ยวเตี๋ยที่เดินตามหลังเขาล้วนแต่สูดลมหายใจเข้าลึก พวกเขานั้นพยามจะขุดสมบัติ แต่หากมันเป็นการปลุกพระชรารุปนี้ ไม่ใช่ว่าทุกอย่างมันจะไร้ผล ?
หลี่ฉีเย่นั้นสังเกตอย่างระวังโดยรอบจากนั้นเขาก็มาหยุดห่างจากประตูทางเขาสามเมตร หลี่ฉีเย่นั้นโยนพลั่วไปให้ซือเสี่ยวเตี๋ยและถือไผ่ม่วงเหล็ก
เขาเอ่ย " เมื่อข้าปักไผ่นี้ลงไปสามอัน เจ้าต้องขุดตามจุดเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว เข้าใจนะ ? "
ซือเสี่ยวเตี๋ยนั้นสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะเอ่ย " ข้าพร้อมแล้ว " นางนั้นจบพลั่วอย่างแน่นหนาและกลายเป็นจริงจังหลังจากได้ยินำคกล่าวของหลี่ฉีเย่
ดวงตาของหลี่ฉีเย่ทันใดนั้นก็หรี่ลงจากนั้นเขาก็ปักไม้ไผ่ลงบนพื้นอย่างรวดเร็ว ซือเสี่ยวเตี๋ยทันใดนั้นก็ขุดไปตามจุดที่หลี่ฉีเย่ปักด้วยความเร็วอย่างสมบูรณ์แบบ
การกระทำของหลี่ฉีเย่นั้นเป็นไปอย่างรวดเร็ว และทุกครั้งเขาจะปักไผ่สามอันในเวลาเดียวกัน ขณะเดียวกันซือเสี่ยวเตี๋ยก็ขุดอย่างรวดเร็วและไม่กล้าที่จะประมาท
ในที่สุดไม้ไผ่ในมือของหลี่ฉีเย่ก็ถูกปักจนหมดและมันล้อมพื้นเป็นวงกลม หลี่ฉีเย่นั้นดึงพลั่วมาจากซือเสี่ยวเตี๋ยและลงมือขุดตรงกลาง
เมื่อเขาขุดมาถึงความลึกที่ถูกต้องแล้วเขาก็ดึงบางสิ่งออกมา มันเป็นไส้เดือนยักษ์ ซือเสี่ยวเตี๋ยนั้นไม่เคยเห็นไส้เดือนขนาดใหญ่เช่นนี้มาก่อนและหวาดกลัวอย่างมาก
มันเป็นไส้เดือนขนาดยักษ์ที่มีลำตัวขนาดใหญ่และเต็มไปด้วยสีเหลืองที่ด้านหลัง
ซือเสี่ยวเตี๋ยอุทานออกมาหลังจากที่เห็นภาพแปลกๆ " สิ่งนี้คืออะไร ? "
มันเป็นเรื่องธรรมดาที่จะขุดเจอไส้เดือนจากพื้นดิน แต่การเห็นเส้นเดือนที่มีลำตัวสีเหลืองเช่นนี้นั้นต่างไปอย่างสิ้นเชิง
" นี้ไม่ใช่ไส้เดือน " หลังจากเห็นไส้เดือนนี้นั้นยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์หลี่ฉีเย่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
" ทำไมพวกเราจึงขุดมันขึ้นมา ? " แม้ว่าไส้เดือนจะแปลกประหลาด แต่ลักษณะการขุดของหลี่ฉีเย่ก็แปลกประหลาดไม่ต่างกันนัก
" นี้ไม่ใช่ไส้เดือนธรรมดา แต่มันเป็นไส้เดือนเคลื่อนมิติ แม้ว่าเจ้าจะรุ้ว่ามันอยู่ใต้ดิน แต่ไม่มีทางรู้ตำแหน่งที่แน่นอน เจ้าไม่มีทางหามันพบได้แม้ว่าจะขุดภูเขาออกไปทั้งลูก มันไม่ได้อยู่ภายในมิติเดียวกับที่เราอยู่ ดังนั้นเราจึงต้องรุ้สถานที่ที่เฉพาะเจาะจงถึงจะกั้นมิติของมันได้ " หลี่ฉีเย่เอ่ยต่อ " แต่มันก็ยังไม่เพียงพอ หากเจ้ารบกวนมัน ไส้เดือนเคลือนมิติจะหนีหายไปยังมิติอื่นทันที หนึ่งจะต้องดักเส้นทางของมันก่อนที่จะขุดมันออกมา ไส้เดือนตัวนี้นั้นราวกับเป็นปฐพี สิ่งที่จะดักทางมันได้มีเพียงสุดยอดไม้ในปฐพี นั้นเป็นเหตุผลที่เราต้องการไผ่ม่วงเหล็กที่เป็นสุดยอดไม้ "
ซือเสี่ยวเตี๋ยเอ่ยถามต่อ " เช่นนั้นตราบใดที่เรามีไม้ไผ่นี้ พวกเราก็สามารถดักจับมันได้ ? "
หลี่ฉีเย่เอ่ยตอบ " ไม่ เมื่อไส้เดือนตัดมิตินั้นออกจากพื้นดิน ไม่มีอะไรสามารถจับมันได้ เมื่อเพียงเมื่อมันอยู่ใต้ดินจจึงจะสามารถใช้สุดยอดไม้เหล่านี้ดักจับมันได้ หากมันออกจากพื้นดินก็เหมือนนกที่บินบนท้องฟ้า หรือการปล่อยปลาสู่มหาสมุทร มิติของสวรรค์และโลกเป็นดังบ้านของมัน และมันจะหนีหายไปในพริบตา "
ซือเสี่ยวเตี๋ยนั้นอยู่ในอาการมึนงงหลังจากฟังเรื่องนี้ นี้เป็นครั้งแรกที่นางได้ยินเรื่องแปลกๆเช่นไส้เดือนตัดมิติ
ในเวลานี้ หลี่ฉีเย่นั้นจับไส้เดือนขึ้นมาและเปิดโคลนสีเหลืองบนหลังของมัน