273
ตอนที่ 273 การบรรยายเต๋า
เมืองจักรพรรดิแห่งประตูราชสีห์คำรามทันใดนั้นก็กลายเป็นมีชีวิตชีวาอย่างมาก หลังการการมาบรรยายเต๋าของเหม่ยซูเหยากระจายไปทั่ว ทะเลของผู้คนที่ปรากฏนั้นใหญ่กว่าปกติถึงสิบเท่า อาจจะกล่าวได้ว่าใครก็ตามที่เคยได้ยินชื่อของนางมาก่อนล้วนต้องการมาเห็นสุดยอดความงามของนางทั้งสิ้น แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้เข้าใกล้เทพธิดาเหม่ย แต่เพียงเหลือบมองจะระยะไกลก็เพียงพอแล้ว
" มันมีข่าวลือว่านางนั้นนางนั้นไปยังปฐพีโลหิตลึกลับทางตอนใต้ก่อนจะมาที่นี่ ไม่คาดว่านางจะกลับมาเร็วเช่นนี้ " ภายในระยะเวลาสั้นๆ ทั่วทั้งเมืองที่เต็มไปด้วยความคึกคักต่างก็ซุบซิบถึงเรื่องของเหม่ยซูเหยา
" ถูกต้อง ข้าได้ยินว่าเทพธิดาเหม่ยนั้นไปยังปฐพีโลหิตลึกลับทางตอนใต้ พี่เข้าไปในป่าไผ่ม่วง " ผู้ฝึกตนคนหนึ่งเอ่ย
หลังจากได้ยินข่าวนี้ ระดับตัดสวรรค์และเซียนบรรพกาลบางคนนั้นไม่ได้แปลกใจ หนึ่งในเซียนบรรพกาลอดไม่ได้ที่จะเอ่ย " นิกายแม่น้ำนิรันดร์ ป่าไผ่ม่วง สุดยอดสายเลือดที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกของจักรพรรดิมนุษย์ ทั้งสองนั้นคือหนึ่งนิกายที่มีสามจักรพรรดิอมตะ ลูกหลานของทั้งสองนั้นมีการแข่งขันระหว่างกันและกัน เทพธิดาเหม่ยไปเยือนป่าไผ่ม่วงนั้นเป็นเรื่องธรรมดา "
" ลูกหลานของป่าไผ่ม่วงในเวลานี้นั้นค่อนข้างน่าตกตะลึงยิ่ง ข้าอยากจะรู้นักใครจะชนะในการแข่งขันครั้งนี้ ? " ผู้ฝึกตนจากทางตอนใต้ที่รู้เรื่องเอ่ย
" การบรรยายเต๋าของเทพธิดาเหม่ยนั้นเป็นดังสายน้ำของดอกไม้สวรรค์ที่ตกลงจากมาจากด้านบน นี้ล้วนทำให้คนอื่นล้วนสูญเสียเส้นทางของพวกเขา หลังจากที่มันจบลงมันจะฝังแน่นเข้าไปในใจของผู้คนและไม่หายไปเป็นเวลานาน สามปีก่อน ข้าได้มีโอกาสฟังการบรรยายเต๋าของเทพธิดาเหม่ยที่นิกายแม่น้ำนิรันดร์ ข้าได้รับประโยชน์จากมันอย่างมากและไม่มรทางจะลืมมันได้ไปตลอดชีวิต " อัจฉริยะหนุมที่เคยได้ยินการบรรยายเต๋าของเทพธิดาเหม่ยมาก่อนเอ่ยขึ้น เขานั้นไม่เสียได้ที่เดินทางกว่าล้านไมล์เพื่อมาที่นี่ ใครก็ตามที่เคยได้ยินนางบรรยายเต๋ามาก่อนล้วนแต่เป็นเช่นนี้
ประตูราชสีห์คำรามนั้นเป็นเพียงประเทศขนาดเล็ก มันมีนิกายทรงอำนาจไม่มากที่อยู่ภายในรวมถึงเหล่าผู้ฝึกตน ทว่าหลังจากการมาถึงของเทพธิดาเหม่ย มีผู้ฝึกตนจำนวนมากนั้นมาที่นี่และอัดแน่นกันอยู่ภายในเมืองจักรพรรดิ
ศิษย์จากประตูราชสีห์คำรามทั้งหมดนั้นใช้ความแข็งแกร่งของพวกเขาที่มีในการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในเมืองจักรพรรดิ ภายในประตูนั้นใช้จ่ายไปอย่างมากเกี่ยวกับเรื่องนี้
ในความเป็นจริง ราชาของประตูราชสีห์คำรามนั้นใช้จ่ายทั้งเงินและเวลาไปเป็นจำนวนมากกว่าที่จะเชิญเทพธิดาเหม่ยมาบรรยายเต๋าที่เมืองจักรพรรดิได้
ประตูนั้นใช้สวนภายในวังจักรพรรดิเป็นสถานที่ที่ให้นางบรรยายเต๋า
ผู้ฝึกตนนับไม่ถ้วนล้วนต้องไปการเข้าไปในเมืองเพื่อฟังการบรรยายเต๋า แต่มันไม่ได้ง่ายเช่นนั้น ให้ทุกคนสามารถเข้าไปในวังจักรพรรดิได้ เช่นนั้นมันจะเต็มไปได้ด้วยความแออัด เช่นนั้นพวกเขาทั้งหมดจะต้องผ่านขั้นตอนการคัดเลือกก่อนจะเข้าไปในวังได้
อย่างแรก เหล่าผู้ฝึกตนผู้อาวุโสล้วนถูกปฏิเสธจากทางประตู นี้เป็นเพราะว่าการบรรยายเต๋าของเทพธิดาเหม่ยนั้นจะเป็นประโยชน์อย่างมากกับศิษย์รุ่นเยาว์ เช่นนั้นเหล่าผู้อาวุโสจึงไม่มีโอกาสเช่นเดียวกับผู้เยาว์ อย่างที่สองผู้ฝึกตนที่มีระดับการบ่มเพาะที่ต่ำนั้นล้วนถูกเตะออก สุดท้ายสำหรับผู้ที่อ่อนแอ แม้ว่าพวกเขาจะได้รับสุดยอดการบรรยายพวกเขาก็ยังไม่สามารถจะเข้าใจมันได้ มันจะเป็นเหมือนการสีซอให้วัวฟัง สาม..
ในฐานะเจ้าภาพของงาน ซือเสี่ยวเตี๋ยนั้นยุ่งเป็นอย่างมาก กระทั้งซือเสี่ยวเต๋าก็ยังต้องจัดการหลายสิ่งหลายอย่างและกลายเป็นเหมือนคนรับใช้
แน่นอน แม้ว่าเขาจะยุ่งเป็นอย่างมาก แต่ซือเสี่ยวเต๋าก็ยังคงยิ้มไม่หยุด สารเลวนี้นั้นมีความสุขด้วยเหตุผลที่ง่ายมาก - นั้นเพราะว่าเจ้าหญิงเป๋าหยุน สตรีในดวงใจของเขาก็มาฟังการบรรยายครั้งนี้ด้วย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เขากวาดผ่านความกังวลทั้งหมดมาได้ ซือเสี่ยวเต๋านั้นส่องสว่างเป็นอย่างมาก หลังจากได้รับการช่วยเหลือจากหลี่ฉีเย่ เขานั้นตัดสินใจที่จะพิชิตใจเจ้าหญิงและอย่างจะเห็นหน้านางให้เร็วที่สุด
คนที่ว่างที่สุดในประตูราชสีห์คำรามนั้นคือหลี่ฉีเย่ เขานั้นกำลังบ่มเพาะอย่างเงียบสงบโดยไม่สนใจเรื่องภายนอก เขานั้นอาจจะเดินเล่นเป็นรอบประตูในยามว่างและไม่ต้องกังวลสิ่งใด
หลี่ฉีเย่ในที่สุดก็เข้าไปยังเมืองจักรพรรดิหนึ่งวันก่อจะเริ่มการบรรยาย เขานั้นสังเกตได้ว่ามันเต็มไปด้วยผู้คนและอดไม่ได้ที่จะส่ายหัว ผู้สืบทอดคนปัจจุบันเหม่ยซูเหยาแห่งนิกายแม่น้ำนิรันดร์ไม่สามารถจะเทียบได้กับผู้ก่อตั้งนิกายแม่น้ำนิรันดร์ในเวลานั้นได้ - จักรพรรดิอมตะซิวสุย !
แค่คิดถึงภาพในปีนั้นเมื่อจักรพรรดิซิวสุย , จือเทียนอู บรรยายเต๋าของนาง ไม่ต้องกล่าวถึงโลกจักรพรรดิอมนุษย์ กระทั้งผู้ปกครองของโลกทั้งเก้าก็ยังมาเพื่อดูนาง ทว่าในเวลานั้นนางยังแม้แต่จะเป็นจักรพรรดิอมตะ
คิดกลับไปยังฤดูใบไม้ผลิเมื่อปีนั้นหลี่ฉีเย่นั้นเต็มไปด้วยความทรงจำ ในปีนั้นเขายังไม่มีความแข็งแกร่งพอที่จะฝึกฝนจักรพรรดิอมตะ ตอนนั้นจักรพรรดิอมตะซิวสุยด้วยความสามารถที่แท้จริงของนางนั้นกระจายไปทั้งเก้าโลก กระทั้งราชาของทั้งเก้าโลกก็ยังต้องลงมาฟังนาง
จักรพรรดิอมตะซิวสุย ผู้ก่อตั้งนิกายแม่น้ำนิรันดร์ คนที่สร้างรากฐานจักรพรรดิและทำให้นิกายแม่น้ำนิรันดร์นั้นอยู่ยงมตลอดช่วงอายุ ! หลี่ฉีเย่นั้นอดไม่ได้ที่จะเต็มไปด้วยอารมณ์เมื่อมองไปยังนิกายแม่น้ำนิรันดร์ การพบกันครั้งแรกของพวกเขานั้นมีค่าแก่การจดจำอย่างแท้จริง
นิกายแม่น้ำรันดร์ - หนึ่งนิกายสามจักรพรรดิอมตะ จักรพรรดิอมตะซิวสุยนั้นเป็นผู้ก่อตั้งและเป็นหนึ่งในจักรพรรดิอมตะที่เป็นสตรีที่มีอยู่น้อยในโลก
นิกายแม่น้ำนิรันดร์นั้นมีสามจักรพรรดิอมตะ จักรพรรดิอมตะซิวสุย จักรพรรดิอมตะหนู่ซาน และจักรพรรดิอมตะกวนฟง แม้ว่าพวกเขาจะได้รับการพิจรณาว่าเป็นเชื้อสายที่แข็งแกร่งในโลกของจักรพรรดิมนุษย์ มีเพียงจักรพรรดิอมตะหนู่ซานที่เป็นมนุษย์ จักรพรรดิอมตะซิวสุยนั้นเป็นหนึ่งในสาขาของเผ่าพันธ์จิตวิญญาณเสน่ห์
เผ่าจิตวิญญาณเสน่ห์นั้นเป็นลูกรักของสวรรค์ และมันอาจจะพิจรณาได้ว่าเป็นเผ่าพันธ์ที่มีพรสวรรค์มากที่สุดในบรรดาเผ่าพันธ์จำนวนมาก
จักรพรรดิอมตะซิวสุยนั้นมาจากเผ่าพันธ์จิตวิญญาณเสน่ห์จุดสุดท้ายได้กลายเป็นจักรพรรดิอมตะและแบกเจตจำนงแห่งสวรรค์ ชีวิตของนางนั้นอาจจะกล่าวได้ว่าส่องประกายอย่างถึงที่สุดในยุครกล้าง กระทั้งหลายยุคภายผ่านไป กระทั้งวันนี้ผู้คนก็ยังได้ยินตำนานเก่าแก่ของนาง
" จักรพรรดิอมตะ อ่า เมื่อปีนั้น..." หลี่ฉีเย่นั้นอดไม่ได้ที่จะเต็มไปด้วยความเสียใจหลักจากที่นึกถึงเรื่องเก่า
" เทพธิดาเหม่ยมาถึงแล้ว ! " ตอนนั้นเองเมื่อหลี่ฉีเย่กำลังจมอยู่กับอดีตของเขา เมืองจักรพรรดิก็กลายเป็นโกลาหลอย่างบ้าคลั่งและฝูงชนเริ่มวิ่ง หลี่ฉีเย่คนที่ยืนอยู่เฉยก็ถูกพลักดันและเคลื่อนไปตามฝูงชน
" เทพธิดาเหม่ยอยู่ที่นี่แล้ว รีบมาดูเร็วเข้า " ทันใดนั้นเสียงนี้ก็ดังกึกก้องไปทั่วทุกที่ ทั้งบุรุษและสตรีกลายเป็นตื่นเต้น โดยเฉพาะบุรุษรุ่นเยาว์
หลี่ฉีเย่นั้นยิ้มก่อนจะส่ายหัวของเขาเมื่อเห็นฉากดังกล่าว เขานั้นเคยได้เห็นฉากที่คุ้นเคยเช่นนั้นมานับครั้งไม่ถ้วนตลอดชีวิตของเขา
" กรุบ กรุบ กรุบ "
ม้านั้นปรากฏออกมาบนเส้นทางที่คดเคี้ยวพร้อมด้วยกลิ่ยอายศักดิ์สิทธิ์สีเขียวจางๆ ราวกับสายรุ่งจกลงมาจากสวรรค์ ทุกที่ที่รถม้าผ่านไปมันราวกับจะมีดอกไม้แบ่งบาน มันราวกับดอกไม้นับร้อยนั้นจะมีชีวิตชีวาอย่างมากและเต็มไปด้วยสายน้ำไหล
หนึ่งนั้นอาจจะรู้สึกได้ถึงท่วงทำนองอมตะก่อนที่คนจะปรากฏตัว เสียงของเมืองจักรพรรดินั้นกลายเป็นเงียบสงบ มันค่อนข้างขัดแย้งกับฉากที่เห่าผู้ฝึกตนต่างก็พลักดันไปเมื่อครู่
ทว่า เมื่อรถม้านั้นมาถึงมันก็ราวกับมีสายลมเย็นพัดผ่าน มันเจาะทะลุจิตวิญญาณของพวกเขาและทำให้พวกเขาสดชื่น
คนขับรถม้านั้นเป็นเพียงแค่ชายชราและไม่รู้ว่าเหม่ยซูเหยานั้นอยู่ที่ดี สิ่งเดียวที่พวกเขาเห็นคือเงาจางๆภายในรถม้า มันราวกับเป็นจุดรวมความงดงามและความศักดิ์สิทธิ์ - สูงส่งและไร้ที่ติ
เงานี้นั้นดึงดูดสายตาจากผู้ฝึกตนได้ทั่วทั้งเมือง ขณะที่เห็นเงานี้พวกเขาล้วนทำได้แต่เพียงสูดลมหายใจเข้าลึกและจ้องมองเงา
" มันเป็นเทพธิดาเหม่ย..." มีชายคนหนึ่งพึมพำ แม้ว่าเขาจะตื่นเต้นอย่างมากแต่เขาก็ไม่กล้าส่งเสียงดัง
หลี่ฉีเย่นั้นเหลือบมองจากระยะไกลด้วยรอยยิ้มก่อนจะส่ายศีรษะของเขา นี้ไม่ได้เป็นการพูดเกิดจริง ทว่านิกายแม่น้ำนิรันดร์นั้นมีความสามารถที่น่ากลัวจริงๆที่สามารถสร้างลูกหลานเช่นนี้ได้ หลี่ฉีเย่นั้นมองเพียงไม่นานก่อนจะเข้าไปยังวังจักรพรรดิ
เมื่อเหม่ยซูเหยานั้นเดินทางมาถึง กองกำลังอีกกองหนึ่งก็ตามมา กองกำลังนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายที่กล้าหาญและดุร้ายราวกับสัตว์บรรพกาล พวกเขานั้นขี่สัตว์สวรรค์อย่าง ม้าสวรรค์ และมังกร
กองกำลังนี้นั้นนำมาโดยชายหนุ่มคนหนึ่ง เขานั้นเต็มไปด้วยความหล่อเหล่าและแต่งการด้วยชุดเกราะสีเงินพร้อมกับหอกสีเงิน เขานั้นเต็มไปด้วยความเปล่งประกาย เขานั้นควรจะเป็นมังกรในหมู่บุรุษไม่ว่าจะไปที่ใด
" นั้นมันเซียนน้อย เฉียนเย่ว์ ! " มีชายคนหนึ่งระบุตัวตนของเขาหลังจากทีเ่ห็นชายหนุ่ม
ผู้ฝึกตนของดินแดนร้อยเมืองทางตะวันออกเอ่ย " เซียนน้อย เฉียนเย่ว์นั้นช่างเปล่งประกายอย่างแท้จริง ข้าได้ยินมาว่าเขานั้นตกหลุมรักเทพธิดาเหม่ยตั้งแต่แรกเห็น เขานั้นต้องการแต่งงานกับนางและติดตามนางไปตลอด ทว่าน่าเสียดายเทพธิดาเหม่ยนั้นปฏิเสธ...."
" ถูกต้องข้าได้ยินมาว่าเมื่อเทพธิดาเหม่ยนั้นเป็นยังปฐพีโลหิตลึกลับทางตอนใต้เพื่อบรรยายเต๋า เซียนน้อย เฉียนเย่ว์ ก็ติดตามไปด้วย " อีกคนเอ่ย
" เซียนน้อย เฉียนเย่ว์ นั้นเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนในดินแดนร้อยเมืองทางตะวันออก มีหญิงสาวกี่คนที่ตกหลุมรักเขา ? แต่ใครจะคิดว่าเขาจะติดตามเทพธิดาเหม่ย เขากระทั้งยินดีที่จะเป็นคนรับใช้ " หญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยด้วยความเสียใจ
เซียนบรรพกาลคนหนึ่งส่ายหัวและเอ่ย " มันพูดง่ายที่ว่าจะทำให้นิกายแม่น้ำนิรันดร์นั้นยอมรับได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนี่เป็นสาขาแรก การถูกยอมรับโดยสาขาแรกนั้นยากราวกับปีกขึ้นสวรรค์ สาขาแรกผู้ที่ละทางโลก ล้วนเป็นอัจฉริยะที่น่าตื่นตกใจของนิกายแม่น้ำนิรันดร์ มีเพียงยอดอัจฉริยะในแต่ละยุคเท่านั้นที่จะเข้าร่วมสาขานี้ได้ ข้าได้ยินว่าจักรพรรดิอมตะหนู่ซาน และจักรพรรดิอมตะกวนฟงนั้นมาจากสาขานี้ ! เซียนน้อย เฉียนเย่ว์นั้นอาจจะเป็นมังกรในหมู่บุรุษภายในดินแดนร้อยเมืองทางตะวันออก แต่มันเป็นไปไม่ได้ที่เขานั้นจะเข้าสาขาแรก ไม่เช่นนั้นผู้ฝึกตนในเมืองนับไม่ถ้วนคงยินดีที่จะติดตามเทพธิดาเหม่ย "
" ไม่ว่าจะอย่างไร พวกเราก็ต้องเข้าไปยังสวนจักรพรรดิในเวลานี้ เพื่อฟังการบรรยายของเทพธิดาเหม่ย ! " อัจฉริยะหนุ่มกำหมัดแน่นและเอ่ย
แม้แต่จะมองเหม่ยซูเหยาจากระยะไกลหรือกระทั้งเห็นแค่เพียงเงาของนาง นี้ก็พอแล้วที่จะทำให้ทุกคนนั้นกลายเป็นบ้า