243

ตอนที่ 343 กรรไกรเพลิงตัดบ่วงกรรม

ชั่วครู่ต่อมา หลี่ฉีเย่ก็ถอนสายตากลับมาก่อนจะเอ่ยถาม " ทำไมผู้นำนิกายถึงไม่มาด้วย ? " เวลานี้เขานั้นต้องการฝึกฝนกลุ่มของหลี่ซ่วงเหยียนรวมถึงอาจารย์ของเขา ซูหยงฮวา

" นางเกรงว่าจะกลับมาไม่ทันเวลา ก่อนหน้านี้นางได้เดินทางกับไปยังหุบเขาสวรรค์ตระกูลซูและยังไม่ได้กลับมาที่นิกาย " หลี่ซ่วงเหยียนเอ่นอธิบาย

" กลับไปยังหุบเขาสวรรค์ตระกูลซู ? " หลี่ฉีเย่แปลกใจเล้กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยถามเพิ่มเติม ซูหยงฮวานั้นเป็นลูกหลานตระกูลซู ดังนั้นหลังจากออกมาเป็นเวลานาน เป็นที่เข้าใจได้ว่านางอาจจะกลับไปเยี่ยมบ้านของนาง

ในเวลานี้ สายตาของหลี่ฉีเย่กลายดุร้ายและมองไปยังด้านล่าง กลุ่มของหลี่ซ่วงเหยียนมองตามเขาลงไป

การจ้องมองของหลี่ซ่วงเหยียนกลายเป็นจริงจังเมื่อตระหนักได้ถึงบางอย่างก่อนจะเอ่ย " มีคนกำลังมา "

" สาวน้อยคนนี้ไม่เลวเลย " หลี่ฉีเย่พยักหน้าเบาๆก่อนะเอ่ย " ถึงเวลาที่จะถอนใบอ่อนแล้ว " กล่าวเสร็จเขาก็นำกล่องอกมาและเปิดออกก่อนจะปรากฏเป็นคลื่นความร้อน

มีกรรไกรคู่หนึ่งปรากฏออกมาซึ่งมันไม่ได้สร้างมาจากแร่ศักดิ์สิทธิ์หรือสมบัติโลหะ แต่มันสร้างมาจากสองเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ของคัมภีร์ คัมภีร์เปลวเพลิงเหล่านี้ไม่ได้สร้างความร้อนแต่อย่างไร กลับกันมันกับสร้างเปลวเพลิงที่อบอุ่นราวกับมันพร้อมที่จะเหยียบย่ำหายนะทั้งสามพันสิ่ง

" นี้คือสมบัตติอะไร ? " เฉินเป่าเจียวเอื้อมมือไปจับยังสมบัตินี้อย่างอยากรู้อยากเห็น แต่หลี่ฉีเย่ดึงมือของนางไว้ก่อนเอ่ย " อย่าได้จับมัน มันจะเผาเจ้าจนเป็นขี้เถ้าในทันทีนี้คือกรรไกรเพลิงตัดบ่วงกรรม ในอดีตจักรพรรดิอมตะฮ่าวไห่โชคที่ดีรับสมบัตินี้ ปราศจากมันไม่ต้องฝันถึงการถอนต้นอ่อนทั้งสามใบของโลกต้นไม้ "

" ไป ! " เมื่อคำเหล่านี้ออกมา หลี่ฉีเย่นำกรรไกรเพลิงตัดบ่วงกรรมไปตัดเหล่าใบอ่อน เมื่อมันชี้ไปยังทิศทางใดของเหล่าใบอ่อน ภาพแปลกประหลาดปรากฏขึ้น ปรากฏเป็นกระจกโลกที่พยามจะหยุดกรรไกรเหล่านี้ ทว่ากรรไกรนี้สามารถตัดผ่านกระจกโลกได้อย่างง่ายและตัดใบอ่อนลงมา

ภายในพริบตา กรรไกรนั้นก็ได้ตัดใบอ่อนทั้งสาม หลี่ฉีเย่ทันใดนั้นก็เรียกใช้กล่องและเก็บใบอ่อนทั้งสามทันที

ทั้งสามใบนั้นเป็นสมบัติล่ำค่าที่เติมโตจากโลกต้นไม้ ทว่าแม้ว่าจะมีคนอื่นขึ้นมาถึงยอดได้ พวกเขาก็ไม่มีทางได้รับใบอ่อนเหล่านี้หากปราศจากกรรไกรเพลิงตัดบ่วงกรรม

ในอดีตจักรพรรดิอมตะฮ่าวไห่นั้นพบสมบัติที่ดีในโลกต้นไม้ดังนั้นเขาจึงสัญญากับสำนักเต๋าสวรรค์ หนึ่งในข้อตกลงนั้นก็คือเขาต้องมอบกรรไกรเพลิงตัดบ่วงกรรมไว้เบื้องหลัง

ขณะที่หลี่ฉีเย่ได้รับใบอ่อนทั้งสามใบ หญิงสาวคนหนึ่งก็ขึ้นมาปรากฏตัวบนยอดพร้อมหอบหายใจเล็กน้อย การแสดงออกเช่นนี้ของนางหายากอย่างมาก แต่นี้ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ของนางขึ้นไปอีก

" น้องหลี่นั้นโชคดีอย่างมากที่ได้รับใบอ่อนทั้งสาม " หลังจากขึ้นมาถึงยอด เหม่ยซูเหยาก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวด้วยอารมณ์

หลี่ฉีเย่เหลือบมองนางและเอ่ย " ข้าเองก็เห็นว่าเจ้าได้รับสิ่งของจำนวนมากยามปีนขึ้นมา อ่า ! "

เหม่ยซูเหยายิ้มราวกับเทพธิดาก่อนจะเอ่ย " ข้าเพียงแค่พบหนึ่งถึงสองสิ่งอย่างบังเอิญยามขึ้นมา สหายจี๋คงอุ๋ตี๋พบบางอย่างที่ดีอย่างมากและเพียงที่จะทำให้เขาเดินตามรอยของจักรพรรดิอมตะฮ่าวไห่ "

คำกล่าวของนางทำให้หญิงสาวทุกคนในที่นี่ตกตะลึง จักรพรรดิอมตะฮ่าวไห่นั้นมาที่นี่แต่ไม่มีใครรู้ว่าเขาพบสิ่งใด หากไม่คิดถึงข้อนี้แน่นอนว่ามันต้องเป็นของที่พิเศษ วันนี้จี๋คงอู่ตี๋พบบางอย่างที่ดีเช่นเดียวกับจักรพรรดิอมตะฮ่าวไห่ในปีนั้น นี้เห็นได้ชัดว่าเป็นโชคดีสำหรับเขาอย่างมาก

หลี่ฉีเย่นั้นไม่แยแสและทำเพียงยิ้ม สำหรับเขาไม่ว่าใครจะโชคดีพบกับของพิเศษเช่นที่จักรพรรดิอมตะฮ่าวไห่เคยพบก็ไม่สำคัญ เพียงแค่ใบอ่อนสามใบนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะเทียบกับสมบัติทั้งโลก

" ความเร็วของน้องหลี่ช่างน่าตกตะลึงอย่างแท้จริงที่สามารถแบกคนจำนวนมากขึ้นมาถึงที่นี่ได้ สมบัติของข้าไม่สามารถเทียบได้เลย " เหม่ยซูเหยาจ้องหลี่ฉีเย่ขณะพูด

แม้ว่านางจะเก็บสมบัติของนางไปแล้ว แต่ด้วยการมองเพียงพริบตา หลี่ฉีเย่สามารถบอกได้ว่ามันคือสิ่งเขาจึงเอ่ย " นิกายแม่น้ำนิรันดร์ของเจ้า เมื่อกล่าวถึง ' แม่น้ำนิรันดร์ ย่อมต้องมีเรือดวงตะวัน ' นี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจ ไม่เช่นนั้นเจ้าคงไม่สามารถขึ้นมายืนบนนี้ได้ "

" น้องหลี่ดูเหมือนนจะรู้จักนิกายแม่น้ำนิรันดร์ของข้าอยู่มากที่เดียว " เหม่ยซูเหยาไม่ได้ปฏิเสธและกล่าวอย่างใจเย็น

หลี่ฉีเย่นั้นไม่เอ่ยสิ่งใดขณะมองไปยังเส้นขอบฟ้า เหม่ยซูเหยาก็มองไปยังทิศทางเดียวกัน

หลังจากผ่านไปสักพัก นางก็เริ่มสนทนาต่อ " มันมีข่าวลือว่ามีสมบัติที่ยิ่งใหญ่กำลังปรากฏอยู่ในโลกต้นไม้แต่ไม่ใช่ตัวต้นไม้ เจ้ารู้หรือไม่ว่ามันคือสิ่งใด ? "

หลี่ฉีเย่เหลือบมองนางก่อนจะเอ่ย " ตลอดเวลาที่ผ่านมามันมีข่าวลือจำนวนมากเกินขึ้นในโลก ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่ามันเป็นจริงหรือปลอม ? ไม่มีใครสามารถตรวจสอบพวกมันได้ทั้งหมด "

เหม่ยซูเหยายิ้มและเอ่ย " ข้าเชื่อว่าน้องหลี่นั้นมีความสามารถในตรวจสอบว่าพวกมันเป็นจริงหรือไม่ "

รอยยิ้มที่บริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์ของนางทำให้นางราวกับเป็นดอกไม้ทีกำลังเบ่งบาน - ยิ่งสดใสเสียงของนางก็เพราะราวกับบทสวดสวรรค์ - ค้างอยู่ในใจของผู้คนเป็นเวลานาน " น้องหลี่นั้นเป็นคนที่มีความเข้าใจที่หาใดเปรียบ..."

เสียงของนางนั้นหวาดใสและทำให้จิตใจของผู้ฟังล้วนเต้นรั่ว ราวกับว่าพวกเขากำลังฟังการบรรยายเต๋า และทำให้พวกเขารู้แจ้ง..

ได้ยินเสียงหัวเราะของนาง กระทั้งหลี่ซ่วงเหยียน เฉินเป่าเจียวและซือเสี่ยวเตี๋ยก็ยังรู้สึกราวกับกำลังฟังการบรรยายเต๋า

" สาวน้อย เจ้ากล้ามากที่มายั่วโมโหข้า ! " เสียงของหลี่ฉีเย่นั้นเย็นชา เขาทันใดนั้นก็ปลดปล่อยกลิ่นอายอมตะออกจากฝ่ามือ พริบตานั้นอำนาจของกายาอเวจีอมตะก็ระเบิดออกมา " ตูม ! " กลิ่นอายไม่สิ้นสุดของหลี่ฉีเย่ฉีกกระจากอากาศราวกับกรงเล็บของพระเจ้า มือข้างหนึ่งของเขาแบกน้ำหนักของโลกนับสามพันและบดขยี้มันลงมา ท้องฟ้าทันใดนั้นก็แตกราวกับกระจกและอำนาจเต๋าก็ถูกกำราบ

ทันใดนั้น เหม่ยซูเหยาก็เคลื่อนไหวด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อเพื่อหลบอำนาจจากกายาของหลี่ฉีเย่ สิ่งที่ผู้คนรับรู้ก็คือนางนั้นยังยืนอยู่ด้านข้างอย่างสงบโดยไม่สนใจโลก 

เสียงคำรามของหลี่ฉีเย่ราวกับเป็นระฆังศักดิ์สิทธิ์ ทันใดนั้นมันก็ทำให้เหล่าสาวงามตื่นจากอำนาจของเหม่ยซูเหยา ทั้งสามนั้นเต็มไปด้วยความตกตะลึงและรู้ตัวในที่สุดว่าเกือบจะตกลงสู่อำนาจเต๋าของเหม่ยซูเหยา

" สาวน้อย เต๋ายอดหอมสวรรค์เป็นเพียงทักษะไร้ค่าสำหรับข้า " หลี่ฉีเย่หรี่ดวงตาของเขาก่อนจะเอ่ย " อย่าได้คิดว่าทักษะแต่นี้จะกลายเป็นเต๋า ! เจ้าระวังตัวให้ดี อย่าได้ตำหนิข้าหากข้าเปลือยผ้าเจ้าและบดขยี้นิกายแม่น้ำนิรันดร์ ! "

นี้เป็นคำประกาศที่รุนแรงและยโสขนาดไหน ? เหม่ยซูเหยานั้นเป็นลูกรักของสวรรค์ผู้ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของคนรุ่นเยาว์ นางนั้นถูกคนอื่นยกย่องว่าเป็นเทพธิดา ดังนั้นใครบางจะกล้าพูดเช่นนี้กับนาง ? สำหรับนิกายแม่น้ำนิรันดร์ ยิ่งไม่จำเป็นต้องอธิบาย นิกายนี้เป็นเชื้อสายที่กวาดผ่านยุคสมัน หนึ่งนิกายสามจักพรรดิอมตะ - ใครบางที่จะกล้าพูดว่าทำทำลายพวกเขา ?

เหม่ยซูเหยานั้นไม่ได้โกรธ และยังคงปล่อยกลิ่นอายราวกับเทพธิดาออกมา ก่อนเอ่ย " ไม่จำเป็นที่ต้องโกรธ น้องหลี่ ข้าเพียงแค่ต้องการทดสอบจิตวิญญาณของเจ้า "

หลี่ฉีเย่นั้นมองเหม่ยซูเหยาราวกับสัตว์ป่ามองเหยี่อ ตอนนี้เขานั้นดูแตกต่างจากตอนปกติอย่างสิ้นเชิง เขานั้นดูกับเป็นมารนิรันดร์ผู้ที่ปลดปล่อยกลิ่นอายอันน่าสะพรึงและกดขี่ผู้คน

" ทดสอบข้า ? " หลี่ฉีเย่หรี่สายตาก่อนจะมองไปยังเหม่ยซูเหยา เขาเอ่ยช้าๆ " สาวน้อย เจ้าคิดว่าตอนนี้ข้าไม่กล้ากินเจ้า ? เมื่อข้าต้องลงมือด้วยตัว อย่าได้ตำหนิข้าว่าไร้นำใจต่อบรรพบุรุษของเจ้า ! " ในเวลานี้หลี่ฉีเย่ราวกับพยัคฆ์ที่ดุร้าย ที่พร้อมจะขย่ำร่างกายของเหม่ยซูเหยา

หัวใจของนางนั้นเริ่มจะเต้นเร็วขึ้นเมื่อเขาจ้องมอง นางนั้นรู้สึกถึงอันตรายเป็นครั้งแรก ในฐานะของตัวแทนนิกายแม่น้ำนิรันดร์ นางนั้นไปมาหลายสถานที่และพบคนทรงอำนาจจำนวนมาก แต่ในยามนี้การจ้องของหลี่ฉีเย่ทำให้นางรู้สึกราวกับเผชิญกับสัตว์บรรพกาลที่พร้อมจะเอาชีวิตนางไป

มาจากนิกายแม่น้ำนิรันดร์และมีกระดูกอมตะ นางนั้นมั่นใจในการต่อสู้กับทุกคน ทว่านางรู้สึกได้ว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนไร้ค่าในสายตาของหลี่ฉีเย่

" โปรดสงบความโกรธของเจ้าลงก่อน น้องหลี่ข้าขอลา " เหม่ยซูเหยากล่าวพร้อมกับรอยยิ้มที่ทรงเสน่ห์ที่สามารถล่มเมืองและอาณาจักร พริบตาต่อมานางก็หายไปพร้อมกับประกายแสงสีม่วง

" นั้นเป็นอำนาจเสน่ห์แบบใดกัน ! " หลังจากเหม่ยซูเหยาจากไป เฉินเป่าเจียวกล่าวด้วยความโกรธ " นางดูราวกับจะบริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์ แต่นั้นก็มีไว้หลอกล่วงผู้คน "

หลี่ฉีเย่ตอบด้วยรอยยิ้มและเอ่ย " ใครจะไปเทียบกับความทรงเสน่ห์ของเจ้าได้เล่า ? เจ้านั้นทรงเสน่ห์ที่สุดแล้ว ดวงตาราวกับหมอกของเจ้านั้นเป็นสิ่งที่ทรงเสน่ห์มากที่สุด "

" ข้าไม่ได้เป็นเช่นนั้น ทำไมเจ้าถึงเอานางมาเทียบกับเสน่ห์ของข้าเล่า ?  " เฉินเป่าเจียวเอ่ยอย่างขุนเคือง เสน่ห์ของนางถูกขับออกมาอย่างมากล้น ทำให้ผู้พบเห็นล้วนหลอมละลายและเสียจิตวิญญาณ !

หลี่ซ่วงเหยียนอดไม่ได้ที่จะยิ้มและเอ่ย " ทักษะของเหม่ยซูเหยานั้นพิเศษอย่างแน่นอน พวกเราเกือบจะตกลงสู่เต๋าของนาง หากนากต้องการจะรวบรวมบุรุษทั้งหมดในโลก มีเพียงไม่กี่คนที่หนีได้ "

เต๋ายอดหอมสวรรค์ - สาวน้อยคนนี้ใช้สิ่งที่ได้รับมาแบบผิดๆ " หลี่ฉีเย่เอ่ยอย่างสงบ " แม้ว่าเต๋านี้จะมีต้นกำเนิดที่ดี สุดท้ายมันเป็นก็เพราะว่าเจ้านั้นประมาท กายาไร้มลทินของเจ้านั้นน่าตกตะลึงกว่ามาก มันสามารถต้านทานคัมภีร์และทักษะต่างๆในโลกได้ทั้งหมด อะไรในโลกที่จะสามารถเทียบได้กับการป้องเช่นนี้ ? สิบสองกายาอมตะนั้นไม่ใช่มีชื่อเสียงโดยไร้เหตุผล หากเจ้าระวังสักเล็กน้อย เช่นนั้นเต๋ายอดหอมสวรรค์ก็ไม่สามารถทำอะไรเจ้าได้ ! "

หลี่ซ่วงเหยียนนั้นพยักหน้าและจดจำคำกล่าวของหลี่ฉีเย่

ขณะเดียวกันซือเสี่ยวเตี๋ยตกตะลึงอย่างสมบูรณ์ กายาไร้มลทิน - หนึ่งในสิบสองกายาอมตะ แม้ว่านางนั้นจะไม่เคยเห็นพลังของมัน แต่นางนั้นเคยเห็นอำนาของกายาอเวจีอมตะจากหลี่ฉีเย่ ดังนั้นนางจึงพอจะคาดเดาความแข็งแกร่งของกายาไร้มลทินได้

หลี่ฉีเย่วิเคราะห์สถานการณ์รอบตัว เขาเลือกสถานที่และเรียกทั้งสามคนเข้ามา เขาคว้าเอวของเฉินเป่าเจียวและหลี่ซ่วงเหยีนด้วยทั้งสองมือ ขณะที่เฉินเป่าเจียวโอบเอวซือเสี่ยวเตี่ย...